Kobe Fruit&Flower park *

 

 

 

 

สวัสดีเดือนกันยายน !!

 

แป๊บๆ ก็ถึงเดือนกันยายนแล้วนะคะ ถือเป็นเดือนสุดท้ายล่ะ ที่ใหม่จะอยู่ที่นี่

ตอนนี้มีธุระอะไรหลายๆ อย่างที่ต้องจัดการก่อนที่จะกลับไทย

ก็หวังว่าทุกอย่างจะไม่มีปัญหาอะไรนะคะ

 

เรื่องเรียนต่อ ที่ใหม่เล่าให้ฟังเมื่อไดอะรีหน้าที่แล้วน่ะ

ก็สมมติว่า ตอนนี้มีคู่แข่งอยู่สองมหาลัยล่ะ มหาลัย K และ R

มหาลัย K เป็นมหาลัยของรัฐ ที่ใหม่เรียนอยู่ตอนนี้ล่ะ ส่วน R เป็นของเอกชน

มหาลัย K ค่าเทอมจะถูกกว่ามาก ถ้าไม่ได้ทุน แต่ปัญหาคือ สาขาที่เรียนที่มหาลัย K ใหม่ยังไม่ถูกใจเท่าไหร่

ส่วนมหาลัย R ค่าเทอมแพงกว่ามากกกกกก แต่ตอนนี้ มีทุน มอนฯ ให้สมัคร

ก็สมัครกันปีหน้านู่นแหละ แต่การแข่งขันก็สูงไปด้วย

เทอมที่แล้ว สมัคร 20 คน ได้ทุน 3 คน แล้วแต่ละคน เกรดไฮโซกันมากๆ

ใหม่ต้องเลือก!! เพราะว่ามหาลัยเค้าไม่ให้สมัครพร้อมกันทั้งคู่

ถ้าเลือก มหาลัย K ก็ต้องพึ่งน้ำบ่อหน้าสถานเดียว เพราะตอนนี้ไม่มีทุนให้สมัคร

ส่วนมหาลัย R ถ้าไม่ได้ทุน ก็ต้องจ่ายค่าเทอมหัวบานแน่ๆ แต่สาขามันตรงกับที่ใหม่สนใจมากๆ

 

ใหม่คุยกับพ่อแม่แล้ว แม่ก็น่ารัก บอกว่า ถ้าใหม่อยากจะเรียนจริงๆ แม่ก็คงจะต้องขวนขวายให้ได้

ต้องทำทุกวิถีทางแหละ แต่ใหม่ไม่ต้องการ

พ่อกับแม่ ไม่ใช่หนุ่มๆ สาวๆ แล้ว ใหม่ไม่อยากให้เค้าต้องมาลำบาก

เพราะว่าใหม่อยากจะได้ อยากจะเป็นในสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้ เป็นไม่ได้

เทรุก็บอกว่าเค้าจะคอยช่วยอยู่ทางนี้ด้วย แต่ก็อีกนั่นแหละ

ใหม่คงจะรู้สึกแย่ ถ้าทำให้เค้าต้องมาลำบากไปด้วย ทั้งๆ ที่มีทางที่ง่ายกว่าให้เลือก

 

เท่าที่คิดได้ตอนนี้ ใหม่ตั้งใจจะสมัครมหาลัย R ก่อน เพราะมีทุน แล้วยังเป็นอะไรที่ใหม่อยากเรียนด้วย

ถ้าพลาดทุนไปแล้ว ก็สมัคร มหาลัย K แต่ต้องเรียนภาษาญี่ปุ่นก่อน 1 ปี แล้วสอบวัดระดับ

ถ้าสอบวัดระดับผ่านแล้ว ก็ค่อยสมัครทุน มอนฯ ผ่านสถานทูตอีกที

ถ้าไม่ได้ทุน ก็ต้องมานั่งคิดอีกที จะไปต่อ หรือว่าจะถอย

 

ระหว่างนี้ ใหม่คงลองสมัครทุนอื่นๆ ด้วย ฟูลไบรท์ มั๊ง แล้วก็ดูลู่ทางมหาลัยทีไทยด้วย

อาจจะสอบเข้ากระทรวงฯ หรือหางานทำไปพลางๆ ระหว่างรอผลทุน

แต่ไม่เป็นไรนะคะ อย่าเพิ่งปวดหัวกับใหม่ไปด้วย ใหม่แค่คิดๆ ไว้

ตอนนี้ก็เก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ เข้าไปพบอาจารย์บ้าง นี่ล่ะ ที่บอกว่าเรื่องที่ต้องจัดการ

ใกล้จะได้กลับบ้านแล้วน้า

 

 

 

 

August 30, 2008

 

 

ใหม่เคยคุยกับเทรุหลายครั้งแล้วว่า อยากจะไปเก็บลูกพีช (โมโม่) ในสวนกับเค้าบ้าง

เทรุก็สัญญาว่าจะหาสวนให้ จนล่วงเลยมาถึงวันนี้ล่ะ เราถึงได้มีโอกาสซะที

ไอ้เจ้าลูกพีชเนี่ย ที่ไทยแพงมาก ใหม่ไม่เคยซื้อเลย เคยได้ทานครั้งนึง ก็เทรุหิ้วมาฝากจากญี่ปุ่น

แต่ตอนนั้นใหม่ยังไม่ชอบเท่าไหร่นะ ก็แหม ที่ไทยผลไม้อร่อยๆ แยอะแยะเน๊าะ 55++

พอมาอยู่ทีนี่ ผลไม้มันไม่ค่อยเยอะล่ะ มีอะไรก็ต้องกินไป ก็เลยหลงรักซะแล้ว เจ้าโมโม่เนี่ย

 

Kobe Municipal Fruit and Flower Park ฟังชื่อแล้วมันก็น่าจะอยู่โกเบแน่ๆ ล่ะ

เช็คดูข้อมูลแล้ว น่าเที่ยวทีเดียวล่ะ แต่ไฉนไม่มีใครเคยไปเที่ยวเลยนะ

ใหม่กับเทรุซื้อบัตรไม่จำกัดเที่ยวแบบสามวันเอาไว้ตั้งแต่ไปโกเบคราวก่อน

จะหมดอายุวันนี้แล้ว เลยต้องรีบใช้ เอ้า ไปโกเบกันอีกซักรอบละกัน

พอไปถึงโกเบ ใหม่ก็เลยถึงบางอ้อล่ะ ก็เพราะว่า KFFP มันไม่ได้อยู่ในเมืองนั่นเอง

คนที่ไม่มีรถ ก็ไปลำบากหน่อย อย่างเรานี่ล่ะ

เทรุเช็คมา จากสถานที Sannomiya เราต้องนั่งรถบัสประมาณ สามสิบนาที แล้วรถบัสก็มีชั่วโมงละคัน

เพราะว่าใหม่ตกรถไฟเที่ยว 8.19 น. จากหน้าหอซะแล้ว แถมยังพลาด Hankyu อีกรอบรอบ

ก็เลยตกรถรอบ 10.30 น. ไปตามระเบียบ

เทรุเรียกวันนี้ว่า unlucky day เพราะเราซวยกันจริงๆ (เดี๋ยวจะทยอยเล่าให้ฟังค่า)

 

 

ไปนั่งรอที่คาเฟ่ใกล้ๆ

Kobe Fruit Flower park

 

 

จริงๆ ใหม่อยากไป Starbucks มากกว่านะ

แต่ไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหนน่ะสิ ก็เลยเข้าไปคาเฟ่ที่ใกล้ที่สุดล่ะ

สั่งชีสเค้ก กับเครป แล้วก็กาแฟสองแก้ว

 

 

คิดถึงเทรุ ไม่ผิดนะคะพี่โอ๊ต อิอิ

Kobe Fruit Flower park

 

 

นั่งอยู่ที่นี่ราวๆ 40 นาที ก็เลยไปรอกันที่สถานทีรถกันดีกว่า ไม่งั้นจะตกรถอีก

ระหว่างทาง เจอป้ายสตาร์บัคส์ กรี้ดดดดดด มันอยู่ชั้นสองของตึกตรงข้ามอ่ะ หาไม่ได้ยากเลย เซ็งเลย - -"

 

ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็เดินทางไปถึง KFFP ค่ะ

ตอนแรก นึกว่าเราจะใช้บัตรไม่จำกัดเที่ยวได้ แต่ใช้ไม่ได้ เลยต้องจ่ายค่าเสียหายคนละ 600 เยน

ก็เข้าใจเค้านะ รถบัสวิ่งเข้าไปในอุโมงค์ลอดภูเขาร็อคโค่อ่ะ มองไม่เห็นวิวอะไรเลย

เค้าต้องจ่ายค่าทางด่วนแพงมาก ก็เลยให้เราใช้ส่วนลดไม่ได้

ที่นี่เค้าสุดยอดมากค่ะ อ๋อ ต้องตัดถนนข้ามเขาเหรอ เราไม่ทำจ้า

ขุดอุโมงค์ลอดไปเลย ประหยัดเวลากว่าเยอะ ไม่ต้องเวียนหัวกับโค้งด้วย

(คงชาติหน้าบ่ายๆ ล่ะ เราถึงจะทำเหมือนเค้าได้บ้าง)

 

 

ประตูทางเข้า อลังการมาก

Kobe Fruit Flower park

 

 

บัตรผ่านประตูคนละ 500 เยนจ๊ะ

Kobe Fruit Flower park

 

 

ถือว่าถูกมากนะคะ ห้าร้อยเยนเอง (อย่างอื่นต้องเข้าไปจ่ายข้างใน)

คงเพราะว่าเป็นสถานที่ของรัฐบาลด้วย ของเทศบาลเมืองโกเบเค้า

 

 

มีสวนสนุกขนาดย่อมอยู่ด้วย

Kobe Fruit Flower park

 

 

เรามาไม่ผิดที่แน่ๆ จ๊ะ

Kobe Fruit Flower park

 

 

โปรดสังเกตท้องฟ้านะคะ ครึ้มมากๆ วันนี้ฝนตกทั้งวันค่ะ จริงๆ ใหม่ว่าจะ cancle แล้วล่ะ

แต่ก็ยังหวังอยู่ว่ามันจะหยุดบ้าง ก็เลยตัดสินใจ stick with original plan

บอกแล้ว วันนี้วันซวยจริงๆ อะไรก็ดูจะไม่เป็นใจไปซะหมด

 

 

ดอกไม้สวยๆ ต้อนรับเราตั้งแต่หน้าประตู (เหมือนดอกคุณนายตื่นสายเลย)

Kobe Fruit Flower park

 

 

ตอนนี้ ฝนขาดเม็ดพอดี ก็เลยตัดสินใจไป Fruit Garden กันก่อน

ดอกไม้ กับ attraction อื่นๆ เราค่อยกลับมาดูกันทีหลัง

มีป้ายบอกเป็นระยะๆ ทางไหนไปสวนผลไม้ แต่มันไกลเอาเรื่องเลย เดินกันสามกิโลแม้ว

 

 

นั่นไง มีป้ายบอกทางแล้ว แถวนี้ดูไม่เหมือนตึกไฮโซๆ ข้างหน้าชิมิค้า

Kobe Fruit Flower park

 

 

ป้ายเค้าเขียนว่า ลูกพีช เป็นพืชวงศ์เดียวกันกับกุหลาบนะ

Kobe Fruit Flower park

 

 

มีน้องๆ มาก่อนเราแล้ว

Kobe Fruit Flower park

 

 

ตกเกลื่อนเลย เสียดายจัง

Kobe Fruit Flower park

 

 

อ้อ ใช่ล่ะ ราคาของเจ้าโมโม่ตามซุปเปอร์ก็ ลูกละ 200 เยนค่ะ

ช่วงนี้ ราคาถูกลงแล้วด่วยนะ แต่มันก็แล้วแต่ไซส์ด้วย ลูกใหญ่ก็แพงขึ้น

พอได้มาเห็นแบบนี้แล้ว โรคขี้เหนียวของใหม่กำเริบ เสียดายๆๆๆๆ ><"

 

 

ปักหลัก

Kobe Fruit Flower park

 

 

จ่ายค่าเสียหายคนละ 1,000 เยน สำหรับผู้ใหญ่ แล้วเราก็ได้รับแจกถุงพลาสติกมาใส่เปลือก

แล้วก็ได้มีดพลาสติกมาด้วย ใหม่ขอถุงเค้ามาเพิ่มสองถุง ทำอะไรเดี๋ยวบอกทีหลัง

 

 

ได้ยินคุณแม่ตะโกน dame (Don't!!) ดังมาเป็นระยะๆ

Kobe Fruit Flower park

 

 

ก็มากับเด็กเล็กๆ อ่ะเน๊าะ น้องทำท่าจะเด็ดลูกนั้นลูกนี้ตลอด ฮา

แต่ว่ามันก็เหมือนผลไม้ทั่วๆ ไปล่ะ มีลูกที่สุกแล้ว ยังไม่สุก หวานบ้างไม่หวานบ้าง

แต่ถ้าเด็ดแล้ว ก็ต้องกินไงคะ ทิ้งไม่ได้

คุณแม่เลย panic หน่อย กลัวน้องจะเด็ดลูกที่ยังไม่สุกมา

 

 

เต็มต้นเลย

Kobe Fruit Flower park

 

 

เสียดายๆๆๆๆ

Kobe Fruit Flower park

 

 

เอาต้นไหนดีจ๊ะ

Kobe Fruit Flower park

 

 

ต้นนี้เลยจ้า ลูกดกมาก

Kobe Fruit Flower park

 

 

จะเด็ดแล้วน้า

Kobe Fruit Flower park

 

 

ได้มาแล้ว ขอตัวไปทานก่อนนะค้า

Kobe Fruit Flower park

 

 

ที่มั่นของเรา 55++

Kobe Fruit Flower park

 

 

โชคไม่ดีเลย ตอนที่เรามาที่สวนโมโม่เนี่ย ฝนก็ลงเม็ดลงมาเรื่อยๆ เลย

ใหม่เลยเอาร่มขึ้นไปพาดเอาไว้ที่ต้นไม้นั่นล่ะ เสื่อปูเอามาจากบ้าน

แต่ทางเดินมันเป็นโคลนเลย (ก็สวนนิเนอะ) ก็เลยไม่มีทางเลือก

 

 

เบื้องหลัง ><"

Kobe Fruit Flower park

 

 

คือถ้าขืนใส่รองเท้าเนี่ย รับรองเละแน่ๆ เลยค่ะ

ใหม่แอบเห็นคุณผู้หญิงญี่ปุ่น เก๋มาก มีคนใส่รองเท้าส้นสูงมาด้วย 55++

ลองคิดดูนะ... สภาพแบบนี้ ใส่รองเท้าส้นสูง

มีคู่ใกล้ๆ เรา เค้าแอบนินทาเราด้วย อิอิ เค้าว่าใหม่ฉลาดมากเลย เพราะเค้าน่ะ เท้าเปื้อนไปแล้ว

เทรุใส่เสื้อ Made in Thailand ตัวนั้น เค้าเลยคิดว่าเราจะฟังไม่เข้าใจมั๊ง พูดซะดังเลย

บอกว่า ฉลาดจัง เราน่าจะทำบ้าง เค้ามาจากประเทศไหนนะ

ผู้ชายบอกว่า เสื้อเค้าก็บอกว่า นั่นไง มาจากประเทศไทย !!

 

ที่เค้าพูดมาเนี่ย ได้ยินหมดแหละค่ะ แต่แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน 55++

 

 

เหมือนตูด (เด็ก) เลย จริงๆ นะ

Kobe Fruit Flower park

 

 

เทียบให้เห็นกันจะๆ โดยนายแบบหนุ่มสุดหล่อของเรา

Kobe Fruit Flower park

 

 

ปัญหาที่เราพบก็คือว่า เจ้าโมโม่ที่อยู่บนต้นเนี่ย มันจะแข็งกันเป็นส่วนใหญ่

ลูกที่สุกแล้ว นิ่มๆ หวานๆ ก็จะโดนแมลง (ส่วนใหญ่มด) รุกรานซะแล้ว  

ถ้าจะกินให้อร่อย ก็ต้องแย่งมด เลือกลูกที่มีรอยเจาะ

ถ้าเลือกที่สวยๆ มันก็จะแข็ง ทานไม่อร่อยค่ะ

 

 

ลูกละ 200 เยน ต้องกินให้คุ้ม

Kobe Fruit Flower park

 

 

คราวที่แล้วที่เก็บสตรอเบอร์รี่ทั้งสองครั้ง ใหม่ก็กินพุงแทบแตกเลย

อึดอัดๆ มากๆ คราวนี้เลยตั้งใจจะไม่ให้เป็นเหมือนคราวก่อนแล้ว

สองคน กินไป 14 ลูก ไม่เยอะเท่าไหร่ ก็ตกลูกละ 150 เยน

แต่นอกจากท้องจะอิ่มแล้ว ได้รับความเพลิดเพลินแถมมาด้วย

เสียดายนะ ฝนตกปรอยๆ ตลอดเลย ทางเดินก็เป็นโคลนไปหมด ไม่งั้นคงจะสนุกกว่านี้

 

 

เฉพาะเปลือกกับเมล็ดนะเนี่ย - -"

Kobe Fruit Flower park

 

 

ยังไม่อิ่มเท่าไหร่น้า รู้สึกว่ายังกินได้อีก แต่ว่ามันไม่ไหวแล้วล่ะค่ะ

ไม่อยากกินซะแล้ว เลยขอไปถ่ายรูปกันดีกว่า

ที่นี่เค้าไม่จำกัดเวลาค่ะ ไม่เหมือนสวนสตรอเบอร์รี่ จำกัดเวลาแค่ 30 นาที

 

 

momo hunter

Kobe Fruit Flower park

 

 

ได้มาสองลูกโตๆ ล่ะ ว่าจะแอบเอากลับบ้านด้วย

Kobe Fruit Flower park

 

 

เค้าไม่ให้เอากลับบ้านนะค้า ถ้าจะเอากลับ กิโลละ 1,000 เยน

งานนี้ ใหม่เลยกลายเป็นขโมยค่า ><"

 

 

คนนี้ดู happy มากๆ

Kobe Fruit Flower park

 

 

แอบเอาโมโม ใส่กระเป๋าแล้ว ก็ทำความสะอาดรอบๆ บริเวณที่เรานั่งกันซะหน่อย

แล้วก็ไปล้างมือล้างเท้ากัน ตอนนี้ ฝนก็หยุดพอดี คนเริ่มทยอยมากันเยอะขึ้น

เห็นมั้ย วันนี้วันซวยจริงๆ พอเรากินเสร็จ ฝนก็หยุดตกเลย นั่งตากฝนอยู่ตั้งนาน

 

 

ล้างมือล้างเท้ากันก่อน

Kobe Fruit Flower park

 

 

เดินจาก fruit garden กลับไปที่ flower park ไกลสามกิโลแม้ว

คาวนี้ เดินขึ้นเขาด้วยยยย ฝนก็เพิ่งจะขาดเม็ด ร้อนอบอ้าวมากๆ เลยค่ะ

 

 

เห็นสวนผลไม้ อยู่ไกลลิบๆ ด้วย

Kobe Fruit Flower park

 

 

อ้อ เค้าไม่ได้มีเฉพาะโมโมนะคะ แต่ยังมีริงโกะ (แอปเปิ้ล) ลูกแพร์ แล้วก็ ซุโมโม่ (ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี)

แต่ว่าตามฤดูกาลเท่านั้นค่ะ หน้านี้ หน้าโมโม ก็เลยเปิดสวนนี้ล่ะนะ

จริงๆ แล้ว สาเหตุที่เราตัดสินใจมากันวันนี้ทั้งๆ ที่ฝนตกเนี่ย

ก็เพราะว่าวันนี้เค้าเปิดสวนกันเป็นวันแรก พอผลไม้หมด เค้าก็จะปิดสวนค่ะ 2-3 วันเท่านั้นเองล่ะ

ใหม่ล่ะเศร้าเลยนะ เพราะว่าวันอาทิตย์น่ะ อากาศดีมาก

แต่เทรุบอกว่า พออากาศดี คนก็เยอะ ดีแล้วที่เราไปกันวันเสาร์ คนน้อย เป็นส่วนตัวกว่า

 

 

กลับมาที่ flower park กันแล้วจ้า

Kobe Fruit Flower park

 

 

สวนดอกไม้สวยๆ

Kobe Fruit Flower park

 

 

ตรงนี้เป็นโรงแรมค่ะ

Kobe Fruit Flower park

 

 

เห็นโลเคชั่นสวยๆ แบบนี้ เค้าว่า รับจัดงานแต่งงานด้วยนะคะ

เราเลยคิดกันว่า ถ้าเราจะแต่งงานกันจริงๆ ก็จะมาแต่งเล็กๆ ที่นี่ล่ะ

ดูที่ทางเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว อิอิ

 

 

มีน้ำพุด้วย

Kobe Fruit Flower park

 

 

ถึงอากาศจะไม่ค่อยดี แต่ใหม่ก็ยังร่าเริง ^^

Kobe Fruit Flower park

 

 

ขึ้นชื่อว่าโกเบแล้ว ก็คงไม่พ้น น้องวัว และนมๆ เนยๆ นะคะ

ที่นี่เค้าก็มีฟาร์มวัวเพื่อผลิตนม และเนื้อโกเบอยู่ด้วย

ใหม่ได้ยินเสียงร้อง มอๆ อยู่ใกล้ๆ กับสวนผลไม้

เค้าก็เลยมีผลิตภัณฑ์นมมาขายด้วย ให้ทายว่าอะไร ซอฟครีมนั่นเองจ้า !!

 

 

กินของหวานทั้งวันเลย

Kobe Fruit Flower park

 

 

จริงๆ แล้วซื้อชูครีมมาทานด้วย สองคนกินด้วยกัน อร่อยมาก แป๊บเดียวหมด ^^

แต่ไม่ถูกน้า ชูครีม 180 เยน ส่วนซอฟครีม 300 เยนค่ะ แต่ไม่เป็นไร เพราะอร่อยจัง

 

ดูแผนที่แล้ว เราก็ว่าจะเดินเที่ยวให้รอบๆ Flower park กัน

หน้านี้ ไม่มีดอกทิวลิปให้ดูล่ะ แต่จะเป็นดอกไม้ของหน้าร้อนแทน สวนไปอีกแบบเหมือนกัน

มีการแสดงลิงชิมแปนซีด้วย แต่เราต้องจ่ายค่าเข้าต่างหาก แพงทีเดียวล่ะ

เลยขอบายดีกว่า เดินดูดอกไม้ไม่เสียตังค์ ^^

 

 

เหมือนดอกผักบุ้งเลย แต่มีหลายสีมากๆ

Kobe Fruit Flower park

 

 

เค้ามีร้าน Steak และ BBQ บริการกันด้วยนะคะ สั่งเนื้อโกเบก็ได้

แต่คงเพราะว่าวันนี้ฝนตกล่ะ คนเลยไม่เยอะเท่าไหร่ อยากกินจัง ><"

 

 

Beer&Wine Museum

Kobe Fruit Flower park

 

 

สมัยที่ญี่ปุ่นเริ่มทำเบียร์ใหม่ๆ

Kobe Fruit Flower park

 

 

ชั้นสอง เค้ามีโรงหมักเบียร์ด้วยค่ะ แต่ใหม่ขึ้นไปดูแล้ว เหมือนจะไม่มีอะไร

คงเพราะคนน้อยด้วยรึเปล่า ร้านค้าเค้าก็ปิดเกือบหมดเลย

อ้อ ใช่ จริงๆ เค้ามี สวนน้ำด้วยนะคะ หน้าหนาวก็มี skate rink

แต่วันนี้ฝนตก ใหม่เลยขอดูอย่างเดียว ไม่ได้เตรียมชุดว่ายน้ำมาด้วย

 

 

ซักหน่อยไหมคะ?

Kobe Fruit Flower park

 

 

มุมของฝาก มี ume wine (ไวน์บ๊วย) ด้วย

Kobe Fruit Flower park

 

 

ออกจากที่นี่ ก็ไป Green House กัน ซึ่งเป็นสวนดอกไม้ในตู้กระจก

ก็คงจะคล้ายๆ กับ Botanic garden นั่นแหละ ข้างในก็จะมีดอกไม้ และพรรณไม้หลายๆ ชนิด

เอ๊ะ แต่เทรุตาดี เหลือบไปเจอห้องนี้พอดี

 

 

มี tripod เตรียมไว้ให้ใช้พร้อมเลย

Kobe Fruit Flower park

 

 

กว่าจะได้รูปสวยๆ แบบนี้ วิ่งไปวิ่งมากันอยู่หลายรอบ

Kobe Fruit Flower park

 

 

แบบว่า วิ่งไปไม่ทันบ้างล่ะ (สิบวินาทีเอง) บางทีกล้องทำท่าจะตก

ต้องวิ่งไปวิ่งมากันหลายรอบ ถ่ายมาห้าหกรูป ดีอยู่สองรูปเอง

 

 

สวย และ บรรยากาศดีมาก

Kobe Fruit Flower park

 

 

ดอกชบา สีแดงแปร้ด

Kobe Fruit Flower park

 

 

จริงๆ ต้นนี้แอบทำเก๋น้า เป็นไม้ดัดค่ะ

เอาต้นชบาสองต้นมาพันๆ กัน ต้นนี้ เลยมีดอกสองสี สีเหลือง และสีแดง สวยดี

 

 

ไฮเทคมาก

Kobe Fruit Flower park

 

 

ตรงนี้เป็น lab ที่เค้าเอาไว้ปลูกต้นไม้ค่ะ เหมือนจะแยกหน่ออ่ะ ใหม่ก็อธิบายไม่ถูก

แต่เค้าต้องเอาไว้ในห้องปลอดเชื้อแบบนี้ตลอด

 

 

ต้องสั่นน้อยๆ ด้วย จะได้โตเร็ว

Kobe Fruit Flower park

 

 

ออกจาก green house ก็ดูเหมือนเราจะไม่มีที่ไปต่อกันแล้ว

เพราะว่า โชว์ลิง สวนน้ำ และสวนสนุกน่ะ ตั้งใจจะไม่ไปกันอยู่แล้ว

ก็เลยว่าจะกลับไปโกเบกันเลย ไปทานข้าวเย็นกันที่นั่น

คาดว่า ครั้งนี้ จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ใหม่จะมาที่นี่ก่อนที่จะกลับไทย

 

 

เทรุไปเช็ครอบรถเมล์

Kobe Fruit Flower park

 

 

ปรากฏว่า รถบัสสายที่เราจะขึ้น เพิ่งออกไปซักห้านาทีที่ผ่านมานี่เอง

ต้องรออีกหนึ่งชั่วโมง ฝนก็เริ่มจะตกปรอยๆ อีกแล้ว ไปรอในร้านกาแฟก็แล้วกันนะ

 

 

รับน้ำอะไรดีครับ?

Kobe Fruit Flower park

 

 

ขากลับนี้ เราไม่กลับรถบัสที่เรามากันตอนแรกค่ะ เพราะว่าใช้บัตรไม่จำกัดเที่ยวไม่ได้

แต่เราเปลี่ยนไปนั่ง city bus ไปที่สถานีรถไฟใกล้ๆ แล้วต่อรถไฟเข้าโกเบแทน

ใช้เวลาเยอะกว่านิดนึง แต่ว่าไม่ต้องเสียตังค์ ^^

 

 

ไดอะรีวันนี้ ยาวมากแล้วนะคะ แต่ยังค่ะ ยังไม่หมดเท่านี้

พรุ่งนี้ มาต่อค่ะ ^^

 

 

ตอบเม้นท์

คุณ 3allz

" ว่าจะแสดงตัวตั้งนานแล้ว
แต่ไม่รู้จะพูดยังไง...หุหุหุ

ก็อ่านไดของน้องใหม่มาตั้งแต่เดือนมี.ค.
เนื่องจากเสิร์ชเจอใน google
ตอนที่พยายามหาข้อมูลไปเทื่ยวญี่ปุ่น
แต่ก็ไม่เคยเข้ามาเม้นท์ให้เลยสักครั้งเดียว
ต้องขอโทษด้วยที่เข้ามาอ่านเฉยๆ
ไม่ได้แสดงตัวแน่ชัด...T_T
คือ...อ่านไดน้องใหม่มาเรื่อยๆ
ก็รู้สึกชอบและอยากติดตาม
ประหนึ่งว่าติดละครหลังข่าวยังไงยังงั้นเลยทีเดียว
ถ้าไม่สะดวกใจยังไงก็แจ้งให้ทราบได้นะคะ
พอดี เป็นคนที่ขีดๆเขียนไม่เก่ง
เลยไม่มีไดเป็นของตัวเอง
ไม่อย่างนั้นจะชวนน้องใหม่ไปเที่ยวบ้าง

l3allz "

 

ทิ้งไฮ 5 เอาไว้ให้ใหม่ด้วย แต่ใหม่ไม่เล่น hi 5 นี่คะ

เลยไม่รู้จะไปตามที่ไหน

(สงสัยคงต้องสมัครกับเค้าบ้างแล้วล่ะ ฮิตจริงๆ)

ขอบคุณมากๆ ที่ชอบไดอะรีใหม่นะคะ

ไม่ใช่ว่าไม่สะดวกใจอะไรเลยค่ะ

ใหม่แค่อยากรู้จักคนอ่านบ้างเท่านั้นเอง

ไดอะรีใหม่ ไม่ใช่ top diary หรืออะไร แต่ใหม่ก็พอใจแล้วที่มันเป็นแบบนี้

ที่เขียนไดอะรี ก็เพราะว่าใจรัก อยากจะทำจริงๆ

ก็คงจะดีใจ ถ้ามีเพื่อนๆ เข้ามาอ่าน แล้วทิ้งข้อความเอาไว้ให้ใหม่บ้าง

จะได้รู้นะ อืม วันนี้มีเพื่อนๆ เข้ามาอ่านนะ แบบนี้อ่ะค่ะ

 

 

เพื่อนๆ คนอื่นๆ เดี๋ยวใหม่ตามไปที่ไดอะรีนะค้า ^^

     Share

<< Monthly event : Kizuna BBQ party *Enjoy Eating * >>

 

 

 

 

 

 

Photobucket 

 

-: INDEX :-

อ่านไดอะรีหน้าเก่าได้ที่นี่

 

 

Photobucket

บ้านเก่า monthly's diary

<ขอ password ได้หลังไมค์ค่ะ >

 

Template Website

 

       
MOVED !!
Beauty check *
Sayonara Angie *
As for the Last *
Enjoy Eating *
Kobe Fruit&Flower park *
Monthly event : Kizuna BBQ party *
ANTIPASTO กับพิซซ่าเพิ่มน้ำหนัก *
Obon Daimonji 'Dai' and our last glance in Kyoto *
Get Married?
,, Seoul,, The Soul of Korea 5 *
 

  

 

 

 

 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh