การเดินทางวันนี้ของเรา เริ่มต้นกันที่โซลเช่นเคยค่ะ
แต่ว่า วันนี้จะไม่พาเที่ยวโซลล่ะ เราจะไป DMZ (Demilitarized Zone )
ซึ่งเป็นเขตทหารของเกาหลีใต้ และรอยต่อระหว่างประเทศเกาหลีทั้งสองด้วยค่ะ
เทรุเคยไปมาแล้วรอบนึงตอนที่เค้าไปเที่ยวเกาหลีคราวที่แล้ว แต่เค้าอยากจะให้ใหม่ไปมากๆ
คราวนี้ เราก็เลยยกให้หนึ่งวันกับทริปนี้
อ้อ ลืมไป ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ DMZ ที่วิกิพีเดีย คลิก ที่นี่ ค่ะ
ก่อนจะเข้าเรื่อง บ่นเรื่องอากาศก่อน ช่วงนี้ อากาศร้อนๆ หนาวๆ ฝนตกแดดออก อากาศสับสนชีวิตมาก
ใหม่ไม่ได้ไปไหน วันๆ หมกตัวอยู่ในห้อง อัพไดอะรี และพอกตัวให้ขาว ฮ่าฮ่า
(คงจะขาวหรอก ได้ข่าวว่าเสาร์นี้ก็จะไปสวนน้ำอีกแล้ว)
บางทีก็ออกไปเล่นโยคะบ้าง เรียนว่ายน้ำบ้าง ไปยิมว่างั้นเถอะ
ชีวิตมันช่างสุขสบายจริงๆ (แล้วจะบ่นทำไมล่ะเนี่ย)
คุยกับเทรุเรื่องเรียนต่อบ่อยๆ ล่ะช่วงนี้ เพราะเกือบจะได้กลับไทยแล้ว
ถ้ามีโอกาส อยากจะดูโรงเรียน หรือว่าไปคุยกับอาจารย์ ก็จะได้ทำได้สะดวกหน่อย
เล็งๆ ไว้หลายที่เหมือนกัน ว่าจะอยู่คันไซนี่ล่ะ
Kyoto, Doshisha แล้วก็ Ritsumekan มีคอร์สที่ใหม่สนใจอยู่
เกียวโตเนี่ย มหาลัยรัฐ ค่าเทอมถูกกว่าชาวบ้านเค้า แต่ว่าคอร์สภาษาอังกฤษไม่ค่อยมี
ถ้าเรียนเป็นภาษาญี่ปุ่น มั่นใจมากว่าไปไม่รอดแน่ๆ
สองมหาลัยหลัง มีคอร์สที่ใหม่สนใจ เปิดเป็นภาษาอังกฤษด้วย แต่ค่าเทอมแพงง่ะ
ถ้าไม่ได้ทุน ต้องออกเองนี่มีหวังได้กินข้าวกับน้ำปลาแหงๆ เลย
เอาน่า ก็คงต้องดูไปเรื่อยๆ แต่ที่แน่ๆ พรุ่งนี้ใหม่มีนัดกับ CSEA แล้วก็มหาลัยโดชิฉะแล้ว
ว่าจะเข้าไปดูแล้วก็ไปสอบถามข้อมูลซะหน่อย ถ้ามีอะไรที่ต้องจัดการที่นี่ จะได้ทำเลย
ใหม่คุยกับแม่ แม่ก็โอเคแล้ว เทรุก็บอกว่าจะช่วยด้วย (โครงการจะไปอเมริกาของใหม่พับไปก็เพราะเทรุนี่ล่ะ)
ช่วยในกรณีที่ไม่ได้ทุนการศึกษาเต็มจำนวน ^^
แล้วก็ต้องสอบ TOEFL อ่ะสิทีนี้ เฮ้ย เบื่อว้อย
เช็คๆ ดูแล้ว ศูนย์สอบที่เกียวโตนี่ ไม่มีว่างเลย ไปจนถึงเดือนต.ค. (ที่กลับบ้านไปแล้ว) นู่นเลย
ทำไงล่ะทีนี้? ใหม่กลัวว่าพอกลับไทยไปแล้วก็จะยุ่งวุ่นวายเรื่องนู่นนี่ แล้วไม่มีเวลาอ่านหนังสือเอา
ถ้าสอบที่นี่ เดือนหน้าว่างทั้งเดือนเลย คงจะได้อ่านหนังสือเต็มที่
แต่ก็เอาน่า สู้ตาย !!!
August 12, 2008
เทรุเคยไป DMZ มาแล้ว แต่ไปกับทัวร์ที่ซื้อมาจากญี่ปุ่นเลย
ทั้งทัวร์ มีแต่คนญี่ปุ่น ไกด์ยังพูดภาษาญี่ปุ่นเลย - -"
คราวนี้ ก็เลยเปลี่ยนมาเดินทางโดยรถไฟแทน ท้าทายดี
รถไฟเที่ยว 8.50 น. จาก Seoul -> Imjingan
เม้าท์หน่อย เกือบจะตกรถไฟแน่ะ มัวแต่โอ้เอ้กันอยู่
พอไปถึงโซลสเตชั่น เทรุวิ่งหน้าตั้งไปซื้อตั๋ว ส่วนใหม่วิ่งไปซื้อโดนัท (อาหารเช้า)
กลับมา เทรุยังไม่ได้ซื้อตั๋วเลย ฮ่วย มัวแต่ต่อคิวอยู่ ใหม่เลยไปต่ออีกแถวนึง
แถวนี้เร็วหน่อย แป๊บเดียวก็ได้ซื้อตั๋วแล้ว
รถไฟหวานเย็นมาก จอดมันทุกสถานีเลย กว่าจะถึงก็เกือบจะสิบโมงแล้ว
พอมาถึง Imjingan ก็ต้องไปซื้อทัวร์ก่อน อย่าลืมพาสปอร์ตนะคะ
แล้วก็ต้องไปซื้อตั๋วรถไฟ ทัวร์ของเราเริ่มเวลา 11 โมงเช้าค่ะ
ต้องซื้อตั๋วไปกลับด้วยน้า ถ้าไม่ซื้อไปกลับ เค้าไม่ให้ไปค่ะ
เค้าคงกลัวเราจะไม่กลับมา (ยังกะเราอยากจะไปอยู่นักล่ะ) แต่ก็นะ เค้ายังมีสงครามอยู่ ต้องรอบคอบนิดนึง
แวะไปกินข้าว (เกือบ) กลางวันกันก่อน
อาหารเกือบกลางวันของเรามื้อนี้คือ "อุด้ง" ค่ะ ใช่ ฟังไม่ผิดหรอก อุด้งนั่นแหละ
แต่รสชาติไม่เหมือนที่ญี่ปุ่นเลย อร่อยดีไปอีกแบบ
ต้องกินอุด้งเพราะว่า มันไม่มีอย่างอื่นให้เลือกเลยน่ะสิ !!
เดินไปขึ้นรถไฟเหมือนผ่าน Immigration ยังไงยังงั้น
ใหม่รีเควส ขอถ่ายคู่กับคุณทหารสุดเท่ห์
ขึ้นรถไฟคราวนี้ เรานั่งไปแค่สถานีเดียว ประมาณ 5 นาทีเท่านั้นค่ะ
จาก Imjingan ไปถึงปลายทางสถานี Dorasan ซึ่งเค้าว่าเป็น The First station to the north เชียวนา
รถไฟนั่งห้านาที แต่ดีกว่าหวานเย็นเมื่อเช้าเย๊อะเลย นั่งสบายเชียว
มาถึงแล้วจ้า Dorasan
ดูเป็นอะไรที่แบบว่า สร้างภาพกันมากๆ เลย สร้างภาพของสันติภาพไง
ระหว่างทาง ใหม่เห็นรั้วสูงเชียว มีป้ายบอกให้ระวังระเบิดด้วย ตลกดี
ทางนู้นแหละค่า เกาหลีเหนือ
" Not the first station from the South
But the first station toward the North "
คือ Dorasan Station นั่นเองจ้า
ทัวร์ที่เราซื้อวันนี้ จะเดินทางไปที่สองแห่งด้วยกัน
นั่นคือ The 3rd Tunnel และ Observatory (ชื่ออะไรน้า??) ซึ่งเป็นสถานที่ชมวิว
ว่ากันว่าสามารถมองเห็นเกาหลีเหนือได้จากที่นี่ด้วย
ถึงแล้วจ้า The 3rd Tunnel
พอเราไปถึง เค้าก็แจกหูฟังแปลภาษาให้มา แล้วเราก็เข้าไปชมวิดีโอความยาวประมาณ 10 นาที
เล่าประวัติความเป็นมาของสงครามเกาหลี แล้วก็เส้นทางเสรีภาพทำนองนั้นล่ะค่ะ
ตรงนี้ ใหม่กับเห็นพ้องต้องกันกับเทรุว่า มันออกมาแนว propagenda เอามากๆ
แต่ก็ไม่บ่นหรอกนะ ที่ใหม่ไปเกาหลีได้นี่ก็มรดกจากช่วงสงครามเกาหลีนั่นแหละ
รัฐบาลไทยในช่วงนั้น ส่งทหารไทยเข้าร่วมกับกองกำลังของ UN ด้วย
พอเค้าทำข้อตกลงหยุดยิง ไทยเลยได้อานิสงส์ไปด้วย
คนไทยไปเที่ยวเกาหลี (ใต้) ไม่ต้องผ่านการตรวจลงตรา (วีซ่านั่นแหละ)
เพราะอย่างงี้แหละ ใหม่ถึงได้เลือกไปเกาหลี เพราะไม่ต้องขอวีซ่าให้เสียเวลา
ปากทางเข้าอุโมงค์
เสียดายที่เค้าไม่ให้ถ่ายรูปข้างในนะคะ
พอเข้าไปแล้วอากาศเย็นลงมากๆ เลย เย็นยะเยือกด้วยแหละ
ข้างในก็จะเป็นแบบเปียกๆ หน่อย คงเพราะเมื่อคืนฝนตกด้วย
ช่วงสงคราม เกาหลีเหนือขุดอุโมงค์ขึ้นมาถึง 4 แห่งด้วยกันค่ะ
โชคดีที่เกาหลีใต้จับได้ซะก่อน อุโมงค์แห่งนี้ เป็นแห่งที่สามค่ะ
ข้างใน มีป้ายติดให้ความรู้ว่า ตอนที่ถูกจับได้ เกาหลีเหนือก็ปฎิเสธ บอกว่า เค้าเจาะหาถ่านหิน
เอาถ่านสีดำๆ มาทาไว้ด้วยนะ (ยังพอเห็นได้ค่ะ)
เกาหลีใต้บอกว่า ถ่านหินเจี๊ยกอะไรของแกล่ะ แถวนี้มันมีแต่หินแกรนิต 55++
จริงๆ แล้วใหม่ฟังไกด์ไม่เข้าใจหรอกนะคะ เพราะว่าเค้าพูดภาษาเกาหลีอ่ะ
ทัวร์ที่เราซื้อไป มันเป็นทัวร์ International ก็จริง แต่ทำไมไม่มีไกด์ที่พูดภาษาอังกฤษก็ไม่รู้
ออกมาถ่ายรูปกับเทรุข้างนอก
อ้อ ใช่ ขาไปเรานั่งรถรางลงไปค่ะ แต่ขากลับนี้เดิน
ไม่ไกลเท่าไหร่ 263 เมตรเท่านั้นเอง (ที่เค้าอนุญาติให้ลงไปได้อ่ะนะ)
แต่ปัญหาคือมันเดินขึ้นน่ะสิ ทำเอาเหงื่อแตกซิก - -"
เสร็จแล้วก็นั่งรถไปจุดชมวิวค่ะ ใหม่เห็นมีแต่รถทัวร์ คิดว่าที่นี่เค้าคงไม่อนุญาตให้มาเที่ยวกันเอง
อ้อ ใช่ เค้าไม่ให้ถ่ายรูประหว่างนั่งรถด้วยนะคะ เค้าคงกลัวว่าเราจะถ่ายรูปอะไรที่ไม่ควรถ่ายไป
มองเห็นเกาหลีเหนือไหม อยู่ไกลลิบๆ นั่นแหละค่า
เทรุบอกว่า ได้ยินคุณไกด์ภาษาญี่ปุ่นของกรุ๊ปข้างๆ เล่าว่า
เมืองที่เรามองเห็นจากกล้องส่องทางไกลน่ะ เป็นเมืองร้างค่ะ
เกาหลีเหนือเค้าสร้างตึกๆๆ เอาไว้เยอะแยะ เอาไว้ลวงตา ว่าประเทศเค้าเจริญ
จะจริงแท้ยังไม่ไม่ทราบ แต่ฟังแล้วก็ตลกดี 55++
ต้องหยอดเหรียญ 500 วอนค่ะ
เค้ามี photo line ด้วย ถ่ายรูปได้ถึงแค่เส้นนี้เท่านั้น
จบแล้วค่ะ ทัวร์นี้ของเราสั้นเกินคาด !!
แล้วก็นั่งรถกลับไปที่สถานที Dorasan เพื่อเตรียมตัวกลับเลย
ระหว่างที่นั่งรอ ใหม่หิวมาก เทรุก็ด้วย ร้านอาหารก็ไม่มี พอจะเป็นที่พึ่งได้ก็บะหมี่คัพนี่ล่ะ
เลยไปซื้อบะหมี่กดน้ำร้อนมาด้วย แล้วเอามาแบ่งกันกินสองคน
จะเพราะว่าหิวหรือว่ายังไงก็ไม่แน่ใจ รู้สึกว่ามันอร่อยม๊ากกกก วันกลับใหม่ซื้อกลับมาหลายห่อเลย
ช่วงที่ไป โอลิมปิกพอดี ช่วยลุ้นกัน ไม่แม้แต่คนในเครื่องแบบ 55++
มี Stamp ด้วย สำหรับนักสะสม (อย่าประทับลงบน passport ล่ะ) ^^"
นั่งรถไฟหวานเย็นเช่นเคย กว่าจะมาถึงโซลก็สี่โมงเย็นแล้ว
แต่มันก็ยังไม่ค่ำเลย เรายังมีเวลาอยู่ จริงๆ ก็หิวด้วย เลยชวนเทรุไปกินข้าวก่อน
กินเนื้อย่าง เป็นรอบที่สามร้อยละมั๊ง
เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ทานเนื้อย่างบูลโกกิที่นี่มา ที่ได้ย่างเนื้อจริงๆ ไม่ใช้ย่างในกระทะ
ก็อร่อยดีไปอีกแบบเหมือนกัน คราวนี้ เราลองเนื้ออีกแบบนึง นั่นคือคอหมูค่ะ
ใหม่เห็นมีอยู่ร้านนี้ร้านเดียวล่ะแถวเมียงดงเนี่ย
ตอนเราเข้าไป สงสัยจะยังไม่ถึงเวลาทำงาน ทุกคนหลับกันอยู่หมดเลย
นึกว่าเข้าผิดร้าน หรือเค้ายังไม่เปิดซะอีก ที่ไหนได้ พนักงานงีบกลางวันกัน - -"
ใหม่บอกเทรุว่า อยากจะไป Duty Free shop พอทานเสร็จแล้วเราก็ไปห้าง Lotte กัน
ที่นี่เป็นร้านดิวตี้ฟรีที่ใหญ่ทีสุดในโซลแล้วค่ะ ไม่ได้ตั้งใจจะไปซื้ออะไร แต่อยากไปดู
สุดท้าย ก็ได้กระเป๋า Longchamp มาหนึ่งใบ ลดราคาอยู่ 40% แน่ะ
ใหม่เห็นว่ามันถูกกว่าที่นี่มากๆ เลย ก็เลยสอยซะ (เทรุรูดปื้ดไปตามเคย 55++)
Papa Roti กลิ่นหอมโชยมาแต่ไกลมาก
เค้าทำได้น่าทานมากๆ เลยค่ะ เลยซื้อมาแบ่งกับเทรุหนึ่งลูก ^^
เกือบจะค่ำแล้ว ใหม่เลยชวนเทรุไปเดินเล่นที่ทงแดมุนกันเถอะ
เค้าว่าย่านนั้นเป็นแหล่งช้อปปิ้งใหญ่ของโซล (ทั้งที่ตอนนี้เหนือยแล้วนะ)
น่าลงไปเดินเล่นจริงๆ
Dongdaemoon
ไม่แน่ใจว่าวันที่ไปเนี่ยวันหยุดหรือยังไง แต่ไม่ค่อยมีร้านเปิดซักเท่าไหร่ค่ะ
ทั้งๆ ที่ยังไม่มืดเลยนะ จริงๆ บรรยากาศเหมือนประตูน้ำบ้านเราเลยแหละ มีห้างขายส่งอยู่เยอะเลย
แต่ดูๆ แล้ว สินค้ามันก็ไม่ได้ต่างกับบ้านเรามาก ใหม่เลยไม่ได้ซื้ออะไรติดมือมา
เดินอยู่แป๊บเดียว เห็นล่ะว่าไม่มีอะไรแล้ว เลยต้องกลับไปตายรังที่เมียงดงเหมือนเดิม
ว่าไปแล้ว เราไปเมียงดงทุกวันเลย วันละรอบสองรอบตะหาก
คิมถึงกับบอกว่า ตอนนี้ ใหม่กับเทรุ รู้จักเมียงดงดีกว่าคนเกาหลีอย่างคิมซะอีก
อิอิ กลับไปคราวนี้ ก็ต้องช้อปสิคะ ตะเวนเข้าร้าน Skin Food และ Etude เช่นเคย
ซื้ออะไรมาบ้าง จำไม่ได้ รู้แต่ว่า ซื้อมาเยอะพอดูล่ะ
นี่ไง ขนมที่เล่าให้ฟังวันก่อนที่ไปอินซาดง
สาวไปสาวมาแบบนี้ล่ะค่ะ
เดินกันจนเมื่อยล่ะ เทรุก็หิวขึ้นมาอีกแล้ว
แต่ใหม่ยังอิ่มอยู่เลย ก็เลยชวนเทรุไปกินอะไรที่มันเบาๆ ดีกว่า
ไปกินติ่มซำก็แล้วกันเน๊าะ ง่ายๆ ดี
อะไรล่ะนี่ ใส้กุ้ง ฮะเก๋าล่ะมั๊ง
เทรุสั่งเสี่ยวหลงเป่า แล้วก็เกี้ยวซ่ามาด้วย กินไปสามสี่เข่ง อร่อยดี ราคาก็ไม่แพงมาก
กินเสร็จ ใหม่บอกเทรุว่า ใหม่เดินไม่ไหวแล้วนะ เดินๆๆๆ ทั้งวันเลยวันนี้
กลับไปนอนเอาแรงเที่ยววันพรุ่งนี้ต่อก็แล้วกัน
พรุ่งนี้มาต่อค่ะ