ช่างเหมือนสวรรค์กลั่นแกล้งอะไรเช่นนี้ ฮือๆๆๆ
ตะกี๊ ใหม่อัพไดจะเสร็จอยู่แล้ว แต่ IE ดันแฮงค์ซะพอดิบพอดี ทำอะไรไม่ได้เลย
เลยต้องมาเริ่มใหม่หมด เวลาก็ยิ่งไม่มีอยู่ด้วย จะเสร็จมั้ยเนี่ยยยยยยย
โอเค ไม่โอ้เอ้ล่ะ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า
ใหม่อยู่เกียวโตมาก็เกือบปีเข้านี่แล้ว แต่สารภาพตามตรงว่า ยังเที่ยวไม่ทั่วเลยค่ะ
ที่นี่ เป็นเมืองหลวงเก่า เพราะฉะนั้น จะมีวัดและศาลเจ้าเยอะมาก
คราวนี้ เลยจูงมือกับวินซ์ เราไปเที่ยวเกียวโตกันดีกว่า
ถ้าใครๆ เค้าถามว่า อยู่เกียวโต ไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง
เราจะได้ตอบว่า
" ไ ป ม า ห ม ด แ ล้ ว จ้ า "
July 30, 2008
ว่าแต่ วัดที่สำคัญๆ ของเกียวโต เช่น วันเงิน วัดทอง วัดคิโยมิสึน่ะ ใหม่ไปมาหมดแล้วจ๊ะ
ไปมาที่ละ รอบ สองรอบ บางที่สามรอบก็มี
คราวนี้ เราเลยว่าจะไปดูอย่างอื่นกันบ้างดีกว่า
เส้นทางการปั่นจักรยานในวันนี้
ตอนแรกตั้งใจว่า จะนั่งรถบัสกัน ซื้อตั๋ว 1 day pass ใบละ 500 เยน
แต่เราเช็คดูจาก map แล้ว ปั่นจักรยานได้ ไม่เกินความสามารถ (เหรอ?) ก็เลยไปกันเลย
สังเกตว่า เราปั่นจักรยานข้ามเมืองเกียวโตกันเลยทีเดียว
วัดที่เราจะไปเยี่ยมชมในวันนี้ อยู่ในเขตตะวันตกเฉียงเหนือ (Northwest) ของเกียวโตค่ะ
ว่าแล้วก็เริ่มเลย ศาลเจ้า Shimokamo
ศาลเจ้านี้ เป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นมา ตรงที่แม่น้ำสองสายมาบรรจบกันรวมเป็นแม่น้ำคาโมะกาว่าพอดี
ใกล้ๆ กับตรงที่ใหม่และเพื่อนๆ ชอบไปนั่งเล่นกันนั่นแหละ
บรรยากาศภายในศาลเจ้า ร่มรื่นมากมาย นกเยอะด้วย โดยเฉพาะ อีกา เลย เยอะมาก
ที่หน้าศาลเจ้า วันนี้ คนไม่เยอะเท่าไหร่ เดินได้สบายๆ
เอามาทำเป็น mascot ซะเลย
แต่ว่าที่นี่ อีกาก็เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคร้ายเหมือนกันนะคะ
คอนเซปท์เหมือนที่บ้านเรานั่นแหละ แต่ไม่รู้ทำไมที่นี่เอาอีกามาเป็นแมสคอท
ถ้าจะเข้าต้องเสียตังค์จ้า
ถ้าอย่างงั้นก็ไม่เข้าไปละกันเน๊าะ
คู่หูน่องเหล็กวันนี้ วินซ์
ดูเก๋ไก๋มาก แต่จริงๆ แล้วโฆษณาค่า
ใหม่รู้คันจิไม่กี่ร้อยตัวหรอกค่ะ ง่ายๆ ก็คือ อ่านไม่ออกนั่นเอง
แต่ว่ามันมีโคมอยู่อันนึง (ล่างขวา) เขียนเป็นคาตาคานะอ่านได้ว่า คุลินิงกุ (ร้านซักรีด)
ใหม่เลยพอจะเดาได้ว่า คงจะเป็นชื่อของร้านค้าแน่ๆ ทีเดียว
ที่นี่ มีเรื่องเล่า
เรื่องอะไรเหรอ? เรื่องเด็กแก้ผ้าเล่นน้ำไง อิอิ
เพราะอากาศมันร้อนมาก น้ำก็ใสน่าเล่นทีเดียว ใหม่ยังอยากจะเอาเท้าจุ่มลงไปเลย
บรรดาแม่ๆ ทีพาคุณลูกมาเดินเล่น เลยอนุญาตให้เด็กๆ ได้ลงไปเล่นน้ำกัน
แอบเห็นว่า มีน้องคนนึงฉี่ลงน้ำด้วย คุณแม่ต้องก้มหัวขอโทษศาลเจ้าแทบไม่ทัน
ลาแล้วจ้า Shimogamo
ออกจากศาลเจ้าชิโมกาโม่ เราก็ไป Imperial Palace เพื่อสอบถาม และขอแผนที่กัน
เจ้าหน้าที่แนะนำให้เราไปสถานนี subway แทน
เมื่อได้แผนที่มาแล้ว ก็วางแผนการเดินทางกัน เราจะไปชมปราสาท Nijo กันต่อไปค่ะ
Doshisha University on the way
อยู่เกียวโตทั้งที ถ้าไม่เคยไปปราสาทที่อยู่เกียวโตเลย ก็ดูจะน่าอายไปซะหน่อย
ปราสาทนิโจ อยู่ใกล้กับ Imperial palace ใช้เวลาปั่นจักรยานประมาณ 15 นาที
ระหว่างทาง แดดร้อนมาก ใหม่เลยแวะซื้อหมวกหนึ่งใบ ไม่งั้นอาจจะเจอ sun stroke ปวดหัวได้ง่ายๆ
ปราสาทนิโจ (Nijo-jo) ค่าเข้าสำหรับผู้ใหญ่ 600 เยนค่ะ
เข้าไปข้างในแล้ว พบว่าไม่เหมือนกับโจทั่วๆ ไปที่ใหม่เคยไปชมเลย
ปราสาทที่ใหม่เคยไปเยี่ยมชมมา
Osaka-jo
Himeiji-jo
Wakayama-jo
Nagoya-jo
คลิกลิงค์ได้เลยค่ะ ถ้าสนใจ ^^
ที่ว่าไม่เหมือนก็คือว่า ที่นี่ไม่มีเขาวงกตค่ะ และไม่ต้องปีนป่ายด้วย
เนื่องจากว่า ปราสาทนิโจนั้น สร้างไว้เพื่อเป็นที่พำนักของโชกุน
เวลาที่เข้ามาเฝ้าพระจักรพรรดิ์นั่นเอง ไม่จำเป็นต้องมีป้อมปราการรบให้เมื่อยเน๊าะ
ประตูทางเข้า
ข้างในเค้าไม่ให้ถ่ายรูป ต้องเอาให้คุ้มข้างนอกนี่ล่ะ
อันนี้เจ๋งมาก
มันเป็นไม้ที่แกะสลักเป็นรูปสวยๆ แบบนี้ล่ะค่ะ
ข้างใน ก็มีอยู่เยอะทีเดียวล่ะ เดี๋ยวพอใหม่เข้าประตูนี้ไปแล้ว เค้าจะไม่ให้ถ่ายรูปแล้วค่า
สถานที่แห่งนี้ เป็นที่พักของท่านโชกุนนั่นเอง และเป็นที่ว่าราชการด้วย
ข้างในก็จะมีการจัดรูปปั้นจำลองบรรยากาศของสมัยนั้นเอาไว้
บนกำแพง จะมีรูปวาดจากศิลปินดังญี่ปุ่นในสมัยนั้น สวยมากทีเดียวล่ะ
เสียดาย มืดไปหน่อย แต่ก็พอจะเข้าใจเค้านะคะ เพราะว่าถ้าสว่างไป รูปวาดอาจจะเสีย สีซีดจางได้
ปราสาทเค้าเก่าแก่ถึง 400 ปีแล้วนี่นะ ^^
ส่วนนี้ เป็นที่พักผ่อนส่วนตัวของท่านค่า
สวนญี่ปุ่นสวยๆ
มันควรจะเป็นทางเข้าของตัวปราสาทรึเปล่านะ?
จากมุมสูงค่ะ
ตรงที่ใหม่ถ่ายรูปนี่ล่ะ ที่ใหม่สงสัยว่า น่าจะเป็นที่ๆ ป้อมปราการอันเก่าถูกสร้างเอาไว้
แต่สมัยเมจิ ได้มีการเผาทำลายโจเป็นจำนวนมาก ไม่แน่ว่า ปราสาทนิโจอาจจะเป็นหนึ่งในนั้นด้วย
เหลือเพียงที่พักอาศัยของโชกุนไว้ให้ชม
(ข้อมูลใหม่ไม่แน่นปึ้กนะค้า ใครอยากทราบเพิ่มเติมค้นเอาในเน็ตเน้อ)
ฟ้าใสๆ (ร้อนม๊ากกกก)
ออกจากปราสาทนิโจ ก็บ่ายโมงแล้ว หิวซะแล้วสิ
เลยชวนวินซ์เราไปหาอะไรกินกันเถอะ แล้วก็จบลงด้วยราเมงถ้วยโต (ร้อนๆ แบบนี้ยังจะกินราเม็งอีก)
คุณลุงเจ้าของร้านฮามาก ให้เราทำท่าอะไรประหลาดๆ ก็ไม่รู้
ใหม่ตั้งใจจะลงรูปด้วย แต่ทำไมไม่ได้ edit รูป เลยขี้เกียจซะแล้ว
ปั่นจักรยานข้ามเมือง
ปั่นอยู่เป็นชั่วโมงเลยทีเดียว
สถานที่ต่อไปที่เราจะเยี่ยมชมกันก็คือ วัด Daikakuji (ซ้ายสุดของแผนที่)
ดูในแผนที่ มันเหมือนจะไม่ไกลเลย
แต่ใหม่น่ะ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ จริงๆ แล้วมันไกลเอามากๆ ทีเดียว
แผนที่รถบัสน่ะ เค้าไม่ได้ทำตามสัดส่วนแผนที่ๆ ถูกต้องหรอก
แต่แสดงแค่เส้นทางเดินรถเท่านั้น เหมือนจะไม่ไกล แต่มันไกลเอาเรื่องทีเดียว
Osawa pond สระบัวสวยๆ ติดรั้ววัด Daikakuji
ฝักบัว น่ากินเน๊าะ
Daikakuji Temple
แล้วก็ ต้องเสียค่าเข้าอีกแล้ว เลยไม่เข้าไปดีกว่า
บรรยากาศต่างจากศาลเจ้ามากๆ
ตามแผนของเราแล้ว เรายังมีสถานที่อีกสองแห่งที่เราอยากจะชมในวันนี้
คือวัด Ninnaji และ Ryanji นั่นเอง แต่ว่าเวลาเราเหลือน้อยแล้ว
Ninnaji ปิดทำการ 16.30 น. ส่วนเรียวอันจิ 17.00 น. ก็ต้องไปนินนาจิซะก่อน
ทำยังไง หลงทางซะได้ มาโผล่ที่ไหนกันล่ะเนี่ย
กางแผนที่ดูกันซะหน่อย
แต่ในที่สุด เราก็หาทางออกมาได้ อิอิ
Ninnaji Temple
ว่ากันว่า เป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น
ดูกันใกล้ๆ
ตัววิหาร
เป็นครั้งแรกที่ใหม่เห็นภาษาสันสกฤตที่วัดญี่ปุ่น
เดินชมวัดกันจนเหงื่อซ่กเลยทีเดียว
อากาศร้อนมากๆ ค่ะ ใหม่น่ะ ยังไม่เท่าไหร่ มีหมวกด้วย แต่วินซ์นี่สิ เหงื่อท่วมไปแล้ว เหอะๆๆ
เหลือเวลาอีก 40 นาที ประตูเข้าวัดเรียวอันจิก็จะปิดแล้ว เราเลยต้องรีบปั่นจักรยานทำเวลากันหน่อย
มาถึงแล้วจ้า
ทีวัดนี้มีอะไร? มีสวนเซนอันโด่งดังนั่นเองค่ะ
เป็นสวนเซนขนาดยาว 15 เมตร เป็น World Heritage แห่งนึง
Zen garden ขนาดจำลอง
ได้รับแจ้งจากคุณป้าเจ้าหน้าที่ว่า วัดจะปิด 17.15น. เราก็มีเวลาอยู่ร่วมๆ 30 นาที
ตอนแรกวินซ์ว่าจะไม่เข้าไป เพราะเราต้องเสียค่าเข้าสวนเซนด้วย
แต่ว่าไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้ว แล้วใหม่ก็คงจะไม่โอกาสได้มาอีกแล้วด้วย ก็เลยชวนวินซ์เข้าไปดีกว่า
นั่งเงียบๆ ^^
หินทั้ง 15 ก้อนของสวนเซนวัดเรียวอันจิ
เป็นอันเสร็จทัวร์ในวันนี้ของเราค่ะ
แต่งานช้างยังรออยู่ นั่นคือปั่นจักรยานกลับบ้านนั่นเอง
งานนี้ กว่าจะถึงบ้าน หกโมงครึ่ง ปั่นจักรยานอยู่ 1 ชั่วโมงเต็มๆ ทีเดียว
พอกลับมาแล้ว ใหม่ขอให้เทรุเช็คดูว่า เราปั่นจักรยานเป็นระยะทางเท่าไหร่จาก google map
สรุปว่า ปั่นจักรยานวันนี้ 28 กิโลเมตรค่า
อาจจะ 30 กิโลเมตร ถ้ารวมที่หลงทางหลายครั้งเหลือเกิน
น่องโตแน่ๆ งานนี้ - -"
ระหว่างทางกลับบ้าน เจอน้องหมาน่ารัก
แม่น้ำยามเย็น
เย็นวันนั้น ใหม่กับวินซ์ มีนัดกับไค เพื่อนคนญี่ปุ่นสำหรับ Farewell party ด้วย
ไคจะไปอังกฤษแล้ว ตอนกลับมา เราก็คงจะไม่อยู่กันแล้ว
กินสุกี้ยากี้กัน และคุยพอหอมปากหอมคอ สี่ทุ่มครึ่งใหม่ก็ขอตัวกลับเพราะเหนื่อยเหลือเกินแล้ว
อ้อ ใช่ วันนี้ ใหม่ก็จะไปเที่ยวเมืองเกียวโตอีกรอบ คราวนี้ กับวินซ์ และเชียร์ค่า
August 6, 2006
วันนี้ ใหม่ก็ไปเที่ยวเมืองเกียวโตมาอีกรอบค่ะ
คราวนี้ น่าจะเก็บตกได้หมดล่ะนะ
จริงๆ ถึงจะไม่หมด ก็ไม่มีโอกาสแล้ว เพราะไม่มีเพื่อน
พอใหม่กลับมาจากเกาหลี เพื่อนๆ ที่เหลืออยู่ นั่นคือ เชียร์ และวินซ์ ที่ยังไม่ไปไหนตอนนี้
ก็จะกลับ ไทย และฝรั่งเศสไป
คราวนี้ เราใช้เส้นทาง Southeast หรือตะวันออกเฉียงใต้ของเกียวโตนะคะ
ฝั่งนี้ มีวัดเจ๋งๆ หลายวัดทีเดียวล่ะ มีทั้งวัดเงิน และวัดคิโยมิสึ
แต่ก็อย่างที่บอกแหละ ใหม่ไปมาหลายรอบแล้ว เลยไม่อยากจะไปแล้ว
วันนี้เลยเก็บตกวัดและศาลเจ้าเล็กๆ (เอ๊ะ หรือไม่เล็ก) ที่ยังไม่เคยไปดีกว่า
แผนที่การเดินทางของเราวันนี้
เพราะมัวแต่อัพได ใหม่เลยไปไม่ทันเล่นโยคะเลย
แล้วน้องแดงก็ดันมาอีก ก็เลยไปว่ายน้ำไม่ได้
เอาวะ ไปเที่ยวก็แล้วกันเน๊าะ
แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้องนี่นะ เราเลยไปกินข้าวกันที่ รูเน่ (โรงอาหารที่มหาลัย) ซะก่อน
ไม่ได้ไปตั้งนานแล้ว
ชุดอาหารกลางวันของใหม่
Special menu for this month : Victory chicken (=biggutorikatsu ถ้าอ่านแบบยุ่นๆ)

กินเสร็จ ก็ต้องสำรวจแผนที่กันซะก่อน จะไปไหนกันดี
ต้องไปทำธุระที่ Ward office (เหมือนที่ว่าการอำเภอป่ะ?) ซะก่อน
ปั่นจักรยานน่องเหล็กกันเช่นเคยจ้า
ใหม่รีเควส ขอไป ศาลเจ้า Yoshida เพราะยังไม่เคยไปกับชาวบ้านเค้าเลย
Kyoto University แคมปัสที่ใหม่เรียนก็ชื่อว่า Yoshida campus
มันอยู่ใกล้มหาลัยมากๆ ไฉนไม่เคยไปเยี่ยมศาลเจ้าแห่งนี้เลย
คำตอบ (หรือข้ออ้าง?) ก็คือว่า ศาลเจ้าแห่งนี้ จะได้รับความนิยมมากช่วงปีใหม่
หนุ่มๆ สาวๆ (ไม่หนุ่มก็น่าจะมีนะ) จะควงแขนกันมาไหว้พระขอพรที่นี่
เรียกได้ว่า ดังพอๆ กับ ศาลเจ้า Yasaka เลยทีเดียวล่ะ
ก็ตอนปีใหม่ ใหม่หนีไปเที่ยวทะเลมานี่นา ก็เลยไม่ได้ไปไหว้พระกับชาวบ้านเค้า
ยังจำที่นี่ได้ไหม?
ใช่แล้วจ้า !!
Me and my pinky bike !!
หน้าศาลเจ้าโยชิดะ วันนี้เงียบมากๆ
บริเวณภายในศาลเจ้า ร่มรื่นมากๆ
วันนี้ แอบเก็บข้อมูลมาให้นิดหน่อยด้วย
เหงื่อแตกซ่ก
วันนี้ ใหม่แอบเตรียมตัวดีหน่อยนึง
เอาเสื้อแจ๊คเก็ตมาด้วย แล้วก็หมวกด้วย
พอกลับมาเลยไม่มีปัญหาโดนแดดเผาให้ปวดหัวใจ อิอิ
แต่ยังไง ก็ร้อนอยู่ดี เหงื่อแตกซ่กเลย เสื้อเปียกหมด - - "
เดินเที่ยวกันพอหอมปากหอมคอแล้ว
ก็ได้เวลา get on the ride ไปกันต่อแล้วจ้า
เห็นที่นี่แล้ว เดาออกกันไหม เราปั่นจักรยานไปที่ไหนกัน
HEIAN JINGU ศาลเจ้าสีแดงโดดเด่น
เสาใหญ่มั่กมาก
ถึงแม้ว่าวันนี้จะไม่ใช่วันหยุด แต่คนก็เยอะมาก
คงเพราะว่า เฮอัน จิงกุ เป็นศาลเจ้าที่ใหญ่ และมีชื่อเสียงมาก
ใหม่เห็นกรุ้ปทัวร์มากันเต็มไปหมดเลย ว่าแล้วก็ร้อนแทนเค้า ฮ่าฮ่า
ยังยืนยันนะค้า ว่าเราไม่ใช่นักท่องเที่ยว !!
แอบเนียน ไปฟังคุณไกด์เค้าเล่าเรื่องด้วย
ข้างในก็กว้างขวางใช่ย่อยนะคะ
เสือขาว (ตัวคันจิเขียนไว้แบบนั้น)
เอาซักแชะนึง
ตอนนี้ แทบอยากจะกลับไปอาบน้ำเย็นๆ ที่บ้านแล้ว
เพราะอากาศมันร้อนอบอ้าวมากจริงๆ แต่เรายังมีแผนจะไปกันต่อค่ะ ^^
แล้ววัด และศาลเจ้าที่เราจะไปชม มันก็อยู่ทางกลับบ้านน่ะเอง
Eikando Temple
แถวๆ นี้ ก็เป็นละแวกเดียวกันกับวัดเงิน กิงคะคุจิ นั่นเอง
และยังมีวัดนันเซนจิ ที่ใหม่เคยไปดูดอกซากุระอีกด้วย >> ไดอะรีหน้านี้
แต่ว่าวัดเอคันโดนี่ จะมีชื่อเสียงด้านโมมิจิ หรือเมเปิ้ลญี่ปุ่นค่า
ซึ่งปีนี้ ใหม่คงไม่มีโอกาสจะได้ดูแล้ว
เพราะว่าจะกลับไทยไปก่อนฤดูใบไม้ร่วงแน่นอน
ต้องซื้อตั๋ว คนละ 600 เยน เราเลยขอดูแค่ข้างนอกก็พอ
ไม่ผิดหวังน้า โมมิจิเริ่มเปลี่ยนสีแล้วววว
เขียว เหลือง ส้ม แดง สวยจริงๆ พอมันเปลี่ยนเป็นสีแดงทั้งหมดแล้วจะยิ่งสวยกว่านี้อีก
สถานที่ต่อไปที่เราจะไปชมในวันนี้ เป็นศาลเจ้าค่า
ศาลเจ้าเล็กๆ ที่ชื่อว่า Nyakuoji Shrine
ถ้ามันเล็กๆ แล้วเราจะไปทำไมกัน? ก็เพราะว่า ทางไปศาลเจ้าแห่งนี้ ร่มรื่นมากๆ
ตอนนี้ ได้ปั่นจักรยานในร่มคงจะดีไม่น้อยทีเดียว
เราก็เลยเลือกที่นี่ค่ะ ทั้งที่มีศาลเจ้าและวัดอีกไม่ต่ำกว่า 7 แห่ง แค่บริเวณนี้
ดู Classic มากๆ
โมมิจิสวยจัง
วันนี้ ไปกันสามคนค่า
แบบว่า มันแอบไกลนิดนึง เค้าเลยมีป้ายนี้เขียนเอาไว้
ถ้าสงสัยว่า เค้าเขียนว่าอะไร เค้าว่า ผู้หญิงห้ามเดินที่นี่คนเดียวค่ะ - -"
มันไกล แล้วก็เปลี่ยวมากๆ ตอนกลางคืน เค้าก็คงจะระวังความปลอดภัยให้คุณผู้หญิงนั่นเอง
ดีจังเลยเน๊าะ แต่ให้มาเดินคนเดียวแถวนี้ ยังไงใหม่ก็คงไม่มาเด็ดขาดล่ะค่ะ กลางวันก็เหอะ
ร้านกิโมโน แบบสั่งตัด
ตอนนี้ ฝนเริ่มตั้งเค้าแล้ว ใหม่เห็นท่าว่าไม่ดีแล้ว
คุยกับเพื่อนๆ แล้ว ตกลงว่าเราจะไปชมวัดอีกแค่หนึ่งแห่ง แล้วก็ตรงกลับบ้านกันเลยค่ะ
ใหม่อยากไปมากๆ ที่นี่ล่ะ Shinyodo temple
ขึ้นเขาอีกแล้ว น่องปูดแน่ๆ งานนี้ Shinyodo Temple
จำไว้ว่า วัด ของพุทธ มีพระพุทธรูปด้วย ส่วนศาลเจ้า ชินโตนะค้า
มีเจดีย์เหมือนกัน แต่เล็กกว่า Ninnaji (สังเกตว่า ฟ้าครึ้มมากๆ)
วิหารวัด Shinyodo
ขาขึ้น แทบตาย ขาลง สบายมั่กๆ
พอกลับมาถึงหอได้ 5 นาที ฝนก็เทลงมาเลย หนักมากๆ ด้วย
มีฟ้าคะนองด้วย น่ากลัวมากๆ เลย (เหมือนฝนตกหน้าร้อนที่บ้านเรา)
คงเพรายังงี้ล่ะมั๊ง วันนี้อากาศมันถึงได้ร้อนอบอ้าวมากๆ
จบทริปวันนี้แต่เพียงเท่านี้ค่า
ไม่รู้ว่า ปั่นจักรยานไปกี่กิโล ไม่ได้นับ
รู้แต่ว่า เหนื่อยกว่าคราวที่แล้วมากๆ คงเพราะอากาศมันร้อนมาก
แล้วคราวนี้ เส้นทางมันแอบขึ้นเขาด้วย ไม่ได้ลงเขาเหมือนคราวที่แล้ว
เลยค่อนข้างลำบากซักหน่อย
แต่ยังไง ก็ได้รับความประทับใจ และรูปสวยๆ มาตรึม
ไดอะรีวันนี้ ยาวมากๆ อ่านจบ ปรบมือให้ค่า
พรุ่งนี้ ไปเที่ยวโกเบ ชมดอกไม้ไฟ
เป็นไดอะรีหน้าสุดท้ายก่อนไปเกาหลี
แ ล้ ว เ จ อ กั น ค่ า ^^