Hanoi ... Vietnam once is more than enough *
ก็ยังคงต้องอัพไดที่นี่ต่อไป
ใหม่ลบไดอะรีที่นู่นไปเยอะแล้วนะคะ แต่ก็ยังไม่พออยู่ดี คิดว่า... คงจะมากกว่าพื้นที่เต็มธรรมดา 55++ คงจะเต็มจนล้นเลยทีเดียว ซึ่งก็หวังว่า จะแก้ปัญหาได้เร็วๆ นี้ค่ะ เอาไว้เรียบร้อยเมื่อไหร่ ใหม่คงกลับไปอัพไดที่เดิม
ตั้งแต่กลับมาก็ยุ่งๆๆๆๆ มาก ไปนู่นมานี่ไม่ได้หยุดเลย ใหม่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะอัพไดอะรีหลายวันแล้ว แต่ก็ไม่มีเวลาซักที (ไม่ได้แก้ตัวนะเนี่ย) วันนี้ ตั้งใจจะอัพได กรี้ดดดดดด นั่งเลือกรูป edit รูป ก็ปาเข้าไปสองชั่วโมงแล้ว
คำ เ ตื อ น : ไดอะรีวันนี้ ยาวที่สุดตั้งแต่ใหม่เคยเขียนมาในชีวิตเลยค่ะ
ถ้าไม่มีเวลา อ่านไม่จบก็ไม่ว่ากัน ใหม่เขียนไว้ให้ตัวเองอ่าน จะได้ไม่ลืมว่าทำอะไร ที่ไหน แต่.. ต่อไปนี้ใหม่คงต้องอัพไดให้สั้นลง ถ้าอยากจะอัพบ่อยๆ ก็ต้องอัพน้อยๆ แต่ถี่ๆ แทน
ไปไหนทำอะไรมาบ้าง?
WED 07-05 : สอบคันจิ
FRI 09-05 : Baseball Hanshin Tiger Vs. Yokohama @Koshien (แพ้ด้วยแหละ)
SAT 10-05 : Field trip ไปเก็บใบชาที่ Wazuka (มีโอกาสคงได้เล่าเรื่องนี้นะคะ)
TUE 13-05 : สอบย่อยภาษาญี่ปุ่น
เกริ่นมาซะยาว ขอเล่าย้อนไปทริปฮานอยนะคะ
----------------------------------------------
Hanoi - Halong trip
April 26 - May 3, 2008
April 26, 2008
ออกเดินทางจากสนามบินคันไซ ไฟลท์ TG673 ใหม่แวะซื้อของฝากนิดหน่อยที่สนามบินค่ะ เพิ่งรู้ว่าที่สนามบินคันไซมีกระดาษซับมันยี่ห้อ Yojiya ขายด้วย (กระดาษซับมันยอดฮิต) ราคาแพงกว่าปกติหน่อย
Japan's sky
ตีตั๋วนอนตลอดทาง (ไอ้ก้อนม่วงๆ นั่นใหม่เองค่ะ)
คืนก่อนหน้า มีปาร์ตี้วันเกิด ปกติแล้วที่นี่ ถ้ามีงานเลี้ยงกัน จะมีสองปาร์ตี้ กินข้าว แล้วก็ไปต่อที่ร้านเหล้า ใหม่ไปเฉยๆ ไม่ได้กินกับเค้าหรอกนะ แต่ถึงอย่างงั้นกว่าจะกลับมาก็ตีสองแล้ว แล้ววันนี้ต้องตื่นตั้งแต่หกโมง ได้นอนนิดเดียวเอง อ้อ บนไฟลท์นี้ล่ะค่ะ ที่ใหม่บ่นเรื่องแอร์การบินไทย
มาถึงแล้วจ้า สุวรรณภูมิ
ได้เจอซีน ( http://mysterious.diaryclub.com/ ) แป๊บนึง ใหม่รบกวนซีนไว้เยอะเลย ขอบคุณมากๆ เลยน๊า (ป่านนี้กลับถึงไทยละยังน๊อ??) โอ้เอ้ไม่ได้ค่ะ ต้องรีบๆๆๆ ต่อเครื่องไปเวียดนาม เพื่อประหยัดตังค์ เราเลยเลือก budget airline อย่างแอร์เอเชียค่ะ กว่าจะถึงเวียดนาม ก็ดึกแล้วล่ะ
มาถึงก็โดนเลย... ตอนที่เราออกจากสนามบินเพื่อเข้าไปในเมือง เทรุกับใหม่เลือกใช้บริการรถตู้ นั่นก็เพราะว่า กว่าเราจะมาถึงก็ดึกแล้ว ถ้าใช้ taxi ก็กลัวว่าจะไม่ปลอดภัย คนขับบอกว่า คนละ 3$ ใหม่เอาแผนที่ให้เค้าดูเรียบร้อยเลย เค้าก็บอกโอเค พอถึงท่ารถ คนลงหมด เหลือเราสองคน กับนักท่องเที่ยวฝรั่งอีกสามคน ก็งงๆ แล้วจะไปไหนต่อล่ะเนี่ย เค้าเลยบอกว่า... จะพาไปส่งที่โรงแรม พอไปถึงโรงแรม คนขับบอกว่า ถึงท่ารถ คนละ 3$ แต่ส่งถึงโรงแรม คนละ 4$ ใหม่ก็แบบ งง เลย จริงๆ แล้วค่ารถมันคนละ 2$ เองนะคะ (เป็น Airport limusine) เจ็บใจ โดนหลอก ตอนแรกใหม่ก็ว่าจะไม่จ่ายแล้วนะ แต่ว่าเราเหนื่อยกันมากแล้ว วันนี้เดินทางทั้งวัน ขี้เกียจจะไปต่อล้อต่อเถียงกับเค้า วันแรก ก็ไม่ประทับใจซะแล้ว ฮานอย....
แล้วก็ รองเท้าขาดด้วยค่า TT มารผจญมากๆ ยังไปไม่ถึงไหนเลย สรุปว่า คืนแรกที่มาถึง ใหม่ต้องตามหารองเท้าคู่ใหม่ ได้มาจากตลาดนัดกลางคืนใกล้ๆ กันนั่นแหละค่ะ ลางไม่ดีซะแล้ววว
April 27, 2008
วันนี้ ตั้งใจจะเดินเที่ยวในฮานอย (เดินเที่ยวจริงๆ นะคะ) ดูจากแผนที่แล้ว เมืองไม่ค่อยใหญ่เท่าไหร่ เราก็พอจะเดินกันได้ เริ่มจากใกล้ๆ Old Quarter ในย่านโรงแรมที่เราพักนั่นแหละ
ไปหาอะไรกินที่ตลาดใกล้ๆ กัน
Hoam Kiem Lake
สังเกตว่า อากาศขมุกขมัวมากๆ นะคะ ไม่ใช่ฟ้าไม่โปร่งน้า แต่เพราะหมอกค่ะ ใหม่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมฮานอยถึงได้หมอกเยอะแบบนี้ ขนาดกลางวันยังเป็นแบบนี้เลย
ที่สะพาน The Huc Bridge
Ngoc Son Temple
ต้องเสียค่าเข้านะคะ เท่าไหร่ใหม่จำไม่ได้ซะแล้ว สงสัยใหม่จะอยู่เกียวโตมากไปหน่อย พอไปเที่ยวที่ไหนๆ ล่ะก็ต้องไป "วัด" ก่อนเลย ... บ้านเราก็มีนะวัดเนี่ย คงอดไม่ได้ 55++
ที่ทะเลสาบแห่งนี้ (ใหม่ว่าเหมือนหนองน้ำมากกว่าล่ะ) มีเรื่องเล่าว่า สมัยก่อน กษัตริย์ของเวียดนาม ได้ถูกเต่าวิเศษคาบดายหายลงไปในน้ำ จริงๆ เรื่องมันน่าจะมากกว่านี้ล่ะ ใหม่ขี้เกียจเล่า ชื่อ "Hoam Kiam" ก็มาจากตำนานนี้ล่ะค่ะ บางคนก็อาจจะสงสัยว่า ไอ้เต่าที่ว่า มันมีจริงๆ ไหม คำตอบ คือ มีจริงๆ ค่ะ แต่ว่าจะใช่ตัวเดียวกันรึเปล่า ใหม่ไม่แน่ใจ
ตัวโตขนาดนี้เลยค่ะ
ด้านนอก :)
สถานที่ต่อไปที่เราจะไปเยี่ยมชมกันก็คือ The temple of Literature
เก่าแก่มาตั้งแต่ปี 1070 เชียวนะคะ (แล้วก็ เหมือนจะไปเที่ยววัดอีกแล้วสิเนี่ย) เปิดดูใน guidebook นั่นแหละค่ะ ดูในแผนที่แล้ว ออกจะไกลนิดนิด เราเลยนั่ง taxi กันดีกว่า... แล้วก็... อีกแล้ว super speed meter ค่าแท็กซี่แพงมากกกกก เค้าว่า ที่ฮานอยเนี่ย คนเวียดนามด้วยกัน กับคนต่างชาตินี่ เค้าคิดค่า taxi คนละแบบค่ะ คือ ถ้าเป็นที่ไทย อย่างมากเค้าก็บอกว่าไม่กดมิเตอร์ เราไม่พอใจ ก็เดินลงไปได้เลย แต่ที่เค้า เค้ากดมิเตอร์ จะไม่จ่าย หรือว่าบ่นก็ไม่ได้ ตอนแรก ใหม่ยังไม่เฉลียวใจนะคะ โดนหลอกไปรอบนึง ยอมโง่อยู่สองที เราก็เลยเลิกขึ้น taxi เดินเป็นหลักค่ะ (แพงมาก 4-5 km ประมาณ 20US$)
at the entrance of Temple of literature
ข้างในค่ะ (ใหม่ว่า เปิดหนังสือท่องเที่ยวเล่มไหน ก็คงเจอภาพนี้แน่นอน)
ที่นี่ เราเจอคนไทยเยอะมากค่ะ คิดว่าคงมากับทัวร์ ^^
เทรุบอกว่า ถ้าเป็นคนไทยเนี่ย ไม่ต้องบอกก็รู้แน่นอน ส่งเสียงเจี้ยวจ๊าวกันมาแต่ไกล (อย่างกะคนญี่ปุ่นไม่เสียงดัง) นักท่องเที่ยวเยอะ แต่ไม่ยักกะมีคนเวียดนามมาเที่ยวเท่าไหร่ มันก็คงเหมือนบ้านเราอ่ะน๊า คนไทยก็ไม่ค่อยไปเที่ยววัดกัน
นกฟินิกซ์ (รึเปล่า)
playing hide and seek :P
เดินกันจนเหนื่อยแล้ว ก็เลยไปนั่งพักเดิมพลังกันก่อนที่ cafe ใกล้ๆ กัน เทรุบอกว่า ที่เวียดนามนี่ พุดดิ้งอร่อยมาก (ที่นี่เค้าเรียกว่า คาราเมลค่ะ) ใหม่เห็นที่ร้านนี้ก็มีด้วย ก็เลยสั่งมาลองดู ตลอดทริปนี้ เทรุบ้าพุดดิ้งมากกกก กินทู๊กกวัน ไม่มีเบื่อเลย
Kem caramel (อร่อยจริงๆ เน้อ)
bicycle lady มีให้เห็นทั่วไปค่ะ
เบื้องหลังภาพนี้ แลกมาด้วยความลำบากของเทรุ ก็ต้องไปวิ่งตามรถจักรยาน ตามถ่ายรูปเค้าให้ได้ เทรุบอกว่ามันแปลกดี ถ้าเป็นที่ญี่ปุ่นใหม่ว่าคงโดนตำรวจจับแน่นอนเลย ที่นี่ ขนาดซ้อนท้ายจักรยานยังไม่ได้เลยค่า O_o
Me and Lenin Statue เทรุเรียก Lenin Sama แปลว่าท่านเลนิน
War Museum
ดูในแผนที่ของเราแล้ว พิพิธพันธ์สงคราม อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ค่ะ ก็เลยว่าจะไปที่นี่ล่ะ
คนเวียดนาม มีความเป็นชาตินิยมสูงมาก รบชนะฝรั่งเศส รบชนะอเมริกา ก็ต้องมีการสร้างอะไรไว้เป็นที่ระลึกบ้าง ลำบากมาเยอะมากนะคะ คนเวียดนามถึงได้มีความอดทนเป็นเลิศขนาดนี้
Ho Ojisan and Teru (ลุงโฮ กับเทรุ อิอิ)
หอคอยสังเกตุการณ์
เราเดินขึ้นไปถึงยอดกันเลยนะคะ แต่เสียดายที่เค้าไม่ให้ถ่ายรูป ก็เลยไม่มีรูปมาให้ดูกัน ตอนหลัง เรามาทราบว่า ใกล้ๆ กันนั้นเป็นกระทรวงกลาโหมค่ะ จากยอดหอคอยนี้ มองเห็นตึกข้างในด้วย เค้ากลัวคนสอดแนมมั๊ง ก็เลยไม่ให้เราถ่ายรูป
ส่วนหนึ่งของพิพิธพันธ์
ใหม่โดนเทรุยุให้ซื้อ จริงๆ เทรุอยากได้เอง แต่หัวโต ใส่ไม่ได้ 55++
จ๊ากกกกกก !!!
Outdoor display
Helicopter ของ US Army
จริงๆ ใหม่เหนื่อยแล้วนะ ร้อนด้วย อากาศไม่เท่าไหร่ แต่มันแบบว่า humid อ่ะค่ะ เหนียวตัวม๊ากกกก อยากกลับไปอาบน้ำสุดๆ เลย เทรุบอกว่า มีตลาดอยู่ใกล้ๆ ชวนใหม่ไปซื้อมะม่วงก่อน แล้วค่อยกลับ ก็โอเค
กองทัพมอเตอร์ไซค์ ที่นี่เค้าเรียก ฮอนด้า ค่ะ
แผงขายผลไม้
ซื้อมะม่วงมาสองลูกโตๆ เกือบๆ 3$ (แพงอ่ะ) ตอนเลือก ใหม่ก็บอกเทรุแล้วนะ ว่ามันไม่อร่อยแน่เลย ดูไม่น่าอร่อย แล้วมันก็ไม่อร่อยจริงๆ ไม่หวานเลยค่ะ เสียดายตังค์ ทีนี้ เทรุก็เลยวางใจให้ใหม่เลือกมะม่วงเลย ไม่มีพลาดแน่นอน
อ้อ คืนนี้ เรามีแผนจะไปชม Water Puppet กันค่ะ ซื้อตั๋วได้รอบ 6.30 pm ไหนๆ ก็มีเวลาเยอะแยะ ก็เลยกลับไปอาบน้ำอาบท่าก่อน เหนียวตัวม๊ากกกก ถึงตอนนี้ ใหม่เริ่มปวดหัวจิ๊ดๆ คิดว่าคงจะร้อน แต่อาบน้ำแล้วก็ยังไม่หาย เวลาโดนแดดจ้าๆ ใหม่จะชอบปวดหัวแบบนี้ล่ะค่ะ เป็นๆ หายๆ อยู่ตลอดทริปเลย TT คงไม่ใช่ไมเกรนนะ
Water puppet @ Municipal Water Puppet Theatre
นักดนตรี และนักร้อง
ขอบอกว่า อันนี้เจ๋งมากๆ เลยค่ะ ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วเน๊าะ water puppet เป็นเหมือนการเชิดหุ่นกระบอกในน้ำอ่ะค่ะ บอกเล่าเรื่องราว และตำนานต่างๆ ของเวียดนาม ไม่มีภาษาอังกฤษให้ฟังหรอกนะคะ ใหม่ฟังไม่รู้เรื่องหรอก ก็เดาๆ เอา แต่ว่าเค้าเก่งมากๆ เลยค่ะ วิธีการชักหุ่นทำให้เหมือนกับว่ามีชีวิตจริงๆ
ใหม่อ่านในหนังสือเค้าบอกว่า วิธีการชักหุ่นนี้ บอกต่อกันรุ่นสู่รุ่น พ่อสู่ลูกชายเท่านั้น เค้ากลัวว่า ถ้าบอกลูกสาว ถ้าลูกสาวแต่งงานกับคนเมืองอื่น แล้วจะเอาเคล็ดลับของการเชิดหุ่นไปบอกคนอื่นด้วย แต่เท่าที่เห็น ใหม่ว่าเค้าก็คงไม่เคร่งครัดขนาดนั้นแล้วล่ะค่ะ
ทีมงานเชิดหุ่น (เห็นมะ มีผู้หญิงด้วย)
วันนี้... อึดมาก !!
April 28, 2008
วันนี้ ตามแผนเราจะบ๊ายบายฮานอยกันชั่วคราว เพื่อไปอ่าวฮาลองค่ะ
ตอนแรก ว่าจะซื้อ day tour ไป แต่เทรุบอกว่า ไปฮาลองทั้งที เราก็น่าจะใช้เวลาเที่ยวให้ทั่วๆ จริงๆ มันก็ความผิดใหม่ด้วยแหละที่ไม่ได้หาข้อมูลมาก่อนเลย จะไปฮาลอง ทีนี้จะไปยังไงล่ะ เช็คไกด์บุคแล้ว เค้าบอกว่า ไปขึ้นรถที่ท่ารถ Bay Chay ได้ (ใหม่ก็เชื่อ)
Raising Dragon hotel
เช็คอินออกจากโรงแรมแต่เช้า ดูในแผนที่แล้ว ไอ้เจ้า bus terminal นี่ มันไกลจัง เราก็เลยนั่ง taxi ไปกันดีกว่า นี่ล่ะค่ะ... โง่อีกรอบ จ่ายไปเกือบ 20$ ไม่ไกลเลย ไปถึงท่ารถ ใหม่ก็แบบ... มันโทรมมากกกก แล้วก็น่ากลัวมาก ค่ะ มีคนรถตะโกนเรียกลูกค้าอยู่ตลอดเวลา
ตอนที่เราไปถึง ก็มีผู้ชายคนนึง มาช่วยเราถือกระเป๋า แล้วก็หิ้วกระเป๋าหายไปเลย เดินตามแทบไม่ทัน คือเค้าหวังดีมากกกก อยากให้เราไปขึ้นรถเค้า แต่ใหม่ว่า เรายังไม่ได้ซื้อตั๋วเลย ก็เลยให้เทรุวิ่งตามกลับไปเอามา นั่งรถสามชั่วโมง (ตามที่หนังสือบอกมา) ก็เลยว่าจะไปเข้าห้องน้ำทำธุระให้เรียบร้อยก่อน ...
ฝันร้ายค่ะ...
ห้องน้ำ สุดยอดมากกกกกก
สกปรกสุดยอด โสโครกที่สุด
ใหม่ไม่รู้จะพูดยังไง เพื่อบรรยายความโสโครกของห้องน้ำ ไม่มีประตูด้วย คิดทีไร (ขนาดตอนนี้นะ) ใหม่ยังอยากจะอ้วกเลย มันไม่ไหวจริงๆ ขอครั้งนี้ครั้งเดียว ใหม่ไม่เคยเข้าห้องน้ำที่อื่นนอกจากโรงแรมอีกเลย
ฝันร้ายรอบที่สองของวันนี้
การนั่งรถจากฮานอยไปที่ฮาลอง รถบัสที่เราเลือก เป็นรถบัสปรับอากาศก็จริง แต่มัน... โอเค ทีละเรื่องละกัน หนวกหูมาก คนเวียดนาม คุยกันเสียงดังมาก จนเกือบเหมือนตะโกน ไม่ว่าจะคุยกันเอง หรือว่าคุยโทรศัพท์ เวลาขับรถ ก็บีบแตรตลอด คงเพราะรถมอเตอร์ไซค์มันเยอะมาก เค้าก็ต้องระวัง นอกจากนั้นแล้วก็ยังบีบแตรเรียกผู้โดรสารด้วย นั่งรถอยู่ 5 ชั่วโมง นอนไม่หลับเลย เพราะเสียงแตร (และเสียงคนขับ) ดังมาก ทรมานสุดๆ เลยค่ะ เทรุก็สงสารใหม่นะ เค้าก็คอยถามอยู่ตลอดว่าเป็นยังไงบ้าง... แต่ใหม่ไม่ไหวจริงๆ แอบร้องไห้ไปทีนึง (เทรุไม่เห็น)
มาคิดๆ ดู มันเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายนะเนี่ย
ปกติแล้ว ค่ารถจากฮานอยไปฮาลอง คนละ 10$ max แต่แค่มาที่สถานี เราจ่ายไปแล้ว 20$ แล้วก็ต้องจ่ายค่ารถอีก น่าจะ 6$ ได้ แถมยังต้องนั่งทรมานอยู่ในรถอีก 5 ชั่วโมง นอนไม่ได้เลย วันนี้ ใหม่ moody สุดๆ สงสารเทรุเหมือนกัน
วันนี้ทั้งวัน หมดไปกับการเดินทางอย่างเดียว ถ้าถามใหม่ว่า ไม่ประทับใจอะไรในเวียดนามมากที่สุด... คงต้องบอกว่า ไม่ประทับใจคนเวียดนามค่ะ (ความคิดเห็นส่วนบุคคล ให้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ) แบบว่า... ใจดำมาก ไม่มีการเห็นใจ เวลาซื้อของ เราก็โดน double price ตลอด ไม่ใช่ว่าที่ไทยไม่มีนะคะ มันมีเหมือนกัน แต่เฉพาะที่ท่องเที่ยว ไม่ใช่ทั่วไปทุกที่แบบที่นี่ เมืองเค้าก็สวยดีหรอก ... แต่พอเจออัธยาศัยแย่ๆ จากคนเวียดนามเข้าไป จะสวยแค่ไหนใหม่ก็ไม่อยากเที่ยวแล้วค่ะ อยากกลับอย่างเดียว
สงสารก็แต่เทรุ โทษตัวเองว่าพาใหม่มาลำบาก ทำให้ใหม่ไม่สนุก ก็เราไม่รู้นี่นะ ว่ามันจะเป็นแบบนี้ ถ้ารู้ก็คงไม่มา แต่ก็เอาน่ะ มาแล้ว ก็ได้เห็นแล้ว ...
เวียดนาม ครั้งเดียวเกินพอจริงๆ .... for me, once is more than enough
กว่าจะมาถึงฮาลองก็เกือบค่ำแล้วนะคะ ตอนนี้หิวซ่กกันแล้ว พอได้โรงแรมแล้วก็ไปหาของกินกันเลย อาหารทะเลสินะ มาถึงทะเลแล้ว แพงมาก ... และไม่ค่อยถูกปากเลยค่ะ คงเพราะขาดน้ำจิ้มรสแซ่บ ทะเลบ้านเราดีกว่าเยอะเลย
April 29, 2008
น่าแปลกมาก ที่นี่ ไม่มีบริษัททัวร์ค่ะ เราเดินหากันแล้ว แต่มันไม่มีจริงๆ หมดทาง ก็เลยต้องถามกับทางโรงแรม ถ้าเราอยากจะไปทัวร์ที่ฮาลองเบย์ ต้องทำยังไง คุณผู้จัดการโรงแรมก็น่ารักมาก หาทัวร์มาให้เราจนได้ สนนราคาคนละ 10$ ค่ะ
ห้องพัก คืนละ 30$ โรงแรมที่ดีที่สุดของทริปนี้
ออกจากโรงแรม 6.30 am
บนเรือ เราได้นั่งชั้นสอง
คนมองตรึม คงเพราะแต่งตัวแบบนี้
ใหมก็แต่งตัวเหมือนไปทะเลทั่วๆ ไป แต่คงเพราะคนแถวนี้เค้าไม่แต่งตัวแบบนี้กันมั๊งคะ (แต่งตัวเหมือนไปเที่ยวห้าง ใส่รองเท้าส้นสูงด้วย !!) ก็เลยดูแปลก เดินไปไหนคนก็มองกัน บนเรือของเรา มีแค่เทรุกับใหม่ที่เป็นต่างชาติ ที่เหลือคนเวียดนามล้วนๆ ก็คงบอกได้ใช่ไหมคะ ว่ามันจะหนวกหูแค่ไหน เราแทบไม่มีความเป็นส่วนตัวเลย ไปไหนก็โดนจ้องตลอด
ออกเรือแล้วค่ะ
ภูมิประเทศแถวนี้ ก็ที่เห็นนี่ล่ะค่ะ เป็นภูเขาหินปูนแบบนี้ มีอยู่เต็มไปหมด ดูๆ ไปแล้ว ก็เหมือนกับกระบี่ของบ้านเรา เพียงแต่ว่าน้ำไม่ใสเท่านั้นเอง สิ่งมหัศจรรย์ของฮาลองเบย์ก็คือถ้ำหินงอกหินย้อนอันตระการตาค่ะ
วันนี้ เราได้ไปชมสองถ้ำด้วยกัน สวยทีเดียวล่ะ
เค้าเปิดไฟด้วย สวยดี
ผนังถ้ำ
ตรงเพดาน (เทรุถ่ายมาสวยมาก)
จากปากถ้ำ มองเห็นวิวอ่าว
คณะทัวร์ของเรา
เค้าก็มีไกด์ให้นะคะ แต่เป็นภาษาเวียดนามล้วนๆ เลย ฟังไม่รู้เรื่องซักคำเดียว 55++ เราก็เลยเดินล่วงหน้าไปก่อน จะได้เป็นส่วนตัวด้วย จริงๆ ใหม่ก็ถามเจ้าหน้าที่จากเรือของเราอยู่เหมือนกันนะคะ มีไกด์ภาษาอังกฤษให้ไหม เพราะเค้าประกาศตั้งแต่เราขึ้นเกาะว่า ถ้าต้องการไกด์ภาษาอังกฤษ ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ พอใหม่ถาม คุณ จนท. ตอบว่า "NO" ตอบแบบหน้าไม่ยิ้มอ่ะค่ะ ใหม่ก็แบบ ... นะ ถ้าเค้าตอบว่าไม่ แล้วหน้ายิ้ม ก็ยังพอเดาได้ว่า เค้าอาจไม่เข้าใจที่เราพูด แต่นี่หน้าเหมือนแบบว่า ถามอะไรของแกเนี่ย ไม่เข้าเรื่องเลย
แล้วใหม่ก็อารมณ์เสียอีกรอบ ตลอดเวลาที่ใหม่อยู่เวียดนามนี่ ใหม่ moody ตลอด ยกเว้นเฉพาะเวลานอน !!
เทรุทำอะไร?
สวยมาก ใหม่ว่า คล้ายๆ กับถ้ำอะไรน๊า... ที่อยู่แม่ฮ่องสอนอ่ะค่ะ
tsukareta ... เหนื่อยยยย
ไม่รู้ยังไงนะ เพื่อนร่วมกรุ๊ปของเรา ไม่มีสำนึกรักธรรมชาติเลยค่ะ ตลอดเวลาที่อยู่ในถ้ำ มีคนกินไอ้นู่น ไอ้นี้ตลอด เช่นส้ม กล้วย etc. กินเสร็จ ก็ทิ้งเปลือกไว้ในถ้ำนั่นแหละค่ะ ใหม่เห็นแล้วก็ขวางหูขวางตามาก โอ๊ย มันอึดอัดจริงๆ ทำแบบนี้ต่อไปเดี๋ยวก็คงไม่สวยแล้วล่ะ เล่นทำลายธรรมชาติกันแบบนี้
ของฟรีไม่มีมีในโลก
ตอนกลับขึ้นเรือมา ก็มีคุณพี่ผู้ชายใจดี มาถามเราว่า เอาน้ำไหม (รู้สึกแกจะเป็นคนเดียวที่พอจะพูดภาษาอังกฤษได้) ใหม่ก็แบบ เออ นะ เอาก็เอา (แต่เรามีน้ำอยู่แล้วนะ) คิดว่าคงฟรีมั๊ง ปกติถ้าเราไปทัวร์แบบนี้ที่ไทย เค้าก็จะมีน้ำให้กินตลอด ปรากฏว่า โค้กกระป๋องละ 1$ ค่ะ แพงกว่าราคาปกติ สองเท่ามั๊ง ลืมไปเลย ความใจดี มีน้ำใจ มันไม่มีจริงๆ ที่ประเทศนี้
เหมือนน้องหมานั่งอยู่บนโขดหิน
Tour boat
Beautiful and classic
ร้านอาหารลอยน้ำ
มีแพแบบนี้เยอะมากค่ะ เค้าขายอาหารทะเล (แบบแพงหฤโหด) ถ้าเราอยากทาน ก็ซื้อ แล้วเรือโดยสารของเราก็จะต้มยำทำแกงให้ แต่ใหม่ไม่เห็นใครซื้อเลยนะ ถึงเราจะอยากซื้อก็คงซื้อไม่ได้ ก็แหม นั่งกินอยู่สองคนคงพิลึกน่าดู ใหม่ว่า เค้าก็คงได้ค่า commission กัน ถ้ามีคนซื้อของ
เรือขายของ
นับถือผู้หญิงเวียดนามจริงๆ เท่าที่เห็น มีแต่ผู้หญิงค่ะ ที่จะทำอาชีพแบบนี้ แล้วมันไม่ใช่ว่าจะสบายเลยนะ เหนื่อยมาก แถมร้อนด้วย แต่มันก็เป็นเรื่องธรรมดาของที่นี่ไปแล้ว เอ ผู้ชายเค้าไปไหนกันหมดน๊า?
เกาะไก่แม่ลูก icon ของ Halong bay
ไม่รู้ยังไง ใหม่ดูไม่เห็นเป็นไก่เลย 55++
เห็นลูกทัวร์ทยอยกันมาถ่ายรูป เราเลยเอาบ้างงงง
แล้วก็จบทัวร์ของเราเท่านี้ กลับมาถึงโรงแรมเที่ยงๆ ได้
มีให้ดูแค่นี้ล่ะค่ะ ฮาลองเบย์ เพราะว่าแถวนี้ไม่มีปะการัง ภูเขาก็เป็นหินๆ ซะแบบนี้ น้ำทะเลก็เลยสีขุ่น ไม่น่าเล่นไปด้วย ตรงชายหาย ก็เป็นโคลนสีดำๆ ไม่น่าลงเล่นน้ำเลยค่ะ ตรงที่มีนักท่องเที่ยวเยอะๆ ทางรัฐบาลก็เอาทรายสีสวยๆ มาจากที่อื่นมาถม แต่ก็นะ ถมเท่าไหร่ ก็คงไม่เต็ม พอน้ำขึ้น ทรายตรงหน้าหาด มันก็ลงทะเลไปหมด สรุปว่า เราไปถึงทะเล ตัวไม่เปียกน้ำทะเลเลยค่ะ
หมาแพนด้า (ตรงตา เหมือนแพนด้าเลย)
กินข้าวกินปลาแล้ว ก็พากันไปเดินเที่ยวเมืองซักหน่อย ตอนแรกกะจะกลับฮานอย เพราะมันไม่มีอะไรให้ดูแล้ว แต่ว่าเราไม่ได้เช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม กลับไปตอนนี้ก็เสียสองคืนอยู่ดี ก็เลยเอาน่า... อยู่ต่ออีกซักคืนก็แล้วกัน
ตลาดสด ที่เราซื้อ Apple mango กัน เทรุชอบมากกก
ชายหาดที่หน้าโรงแรม มีเรือหรูๆ อยู่ด้วย
มีร่ม แต่ไม่มีคนเลยค่ะ คงมีแต่เราที่ไม่รู้เรื่องอะไร พักถึงสองคืน - -"
ไม่รู้จะไปไหนดี เปิด guidebook (อีกแล้ว) บอกว่า มีเมืองอยู่ใกล้ๆ เดาว่า น่าจะเป็นเทศบาลหรืออะไรทำนองนั้น แต่ต้องข้ามสะพานไปอีกเกาะนึง ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เอาวะ ไปไหนไปกัน
ตลาดสดเมืองฮาลอง
ตอนนี้ "กิน" อย่างเดียวค่ะ ซื้อนู่นนี่กินกันไปตลอดทาง อ้อ เห็นเป็นบ้านนอกๆ แบบนี้ อย่าคิดว่าของจะถูกนะคะ เห็นต่างชาติแบบพวกเรามาเที่ยว ทุกอย่าง double triple price หมดค่ะ น่าหงุดหงิดมาก
มีอยู่ครั้งนึง ใหม่ซื้อของกินนี่ล่ะ คุณผู้หญิงที่ซื้อก่อนหน้าใหม่ เค้าจ่ายไป 2,000 ดอง ใหม่ก็เห็นแล้วนะ พอใหม่ซื้อบ้าง ใหม่ก็จ่าย 2,000 ดอง แต่แม่ค้าบอกว่า 5,000 ดอง ใหม่ก็ทำหน้างง จะจ่ายสองพัน เค้าก็ไม่เอา เราเลยต้องจ่ายห้าพันไป แบบนี้มันโกงกันซึ่งๆ หน้าเลย ใหม่ไม่ได้โง่ ก็พอรู้อยู่
พูดเรื่องซื้อของ ที่เวียดนาม ไม่มีนะคะ เซเว่น ไม่มีร้านสะดวกซื้ออะไรเลย จะมีก็บ้าง ซุปเปอร์มาเก็ต ของทุกอย่าง ไม่ติดป้ายราคา เวลาจะซื้ออะไร ก็ต้องแล้วแต่แม่ค้าจะบอกราคา ใหม่เบื่อมากที่ต้องต่อราคาทุกครั้งแม้กระทั่งซื้อน้ำดื่มแค่ขวดเดียว หลังๆ เลยไม่ต่อแล้ว เค้าว่าเท่าไหร่ เราก็จ่ายเท่านั้น ... รู้สึกเหมือนเป็นคนโง่เลย
เดินเล่นมาจนถึงท่าเรือ วิวสวยมาก
มะม่วงปั่นที่อร่อยที่สุดในโลก (อร่อยจริงๆ นะ)
เจอโซฟานั่งสบายๆ แถมมีมะม่วงปั่นให้กินด้วย ใหม่เลยกะปักหลักนั่งนานๆ อิอิ นั่งอ่านหนังสือ รับลมเย็นๆ ไป ตกลงว่า กินมะม่วงปั่นไปคนละสองแก้ว (แพงนะ แต่อร่อย) ใหม่ไม่รู้ว่าเค้าทำได้ยังไงเหมือนกัน มะม่วงปั่นกับนม แต่คาดว่าเค้าคงเอามะม่วงที่สุกงอมมากๆ แล้ว ที่ไหนๆ ในเวียดนาม มะม่วงปั่นก็อร่อย
อ่าน lonely planet สำรวจหาที่เที่ยวต่อไป
แต่แล้วก็ต้องยอมแพ้ ไม่มีที่ไปแล้วจริงๆ ค่า พรุ่งนี้ เรากลับฮานอยกันดีกว่า
April 30, 2008
เช้าวันนี้ ตื่นมา กินเข้ากินปลาเสร็จ ก็เก็บของ เตรียมกลับฮานอยค่ะ คุณผู้จัดการโรงแรมบอกว่า รถจะมารับเราเวลา 12.30 เช็คเอ้าท์เสร็จ ให้ลงมานั่งรอที่ล็อบบี้ได้เลย
ไปเดินเล่นที่ชายหาดก่อนกลับ
หอยหลอด ???
แวะไปกินมื้อกลางวันเล็กๆ หอยแครงตัวเล็กมาก แพง และไม่อร่อย
เขียน postcard
ใหม่เขียนโปสการ์ดด้วยกัน 10 ใบ ส่งถึงเพื่อนๆ แต่ไม่มีใครได้รับเลยใช่ไหมคะ?? ไม่ได้ส่งที่แบบว่าดูน่าสงสัยเลยนะ ส่งที่ตู้ไปรษณีย์หน้าที่ทำการไปรษณีย์เลย โปสการ์ดที่ใหม่ส่งถึงตัวเอง ใหม่ก็ไม่ได้รับเหมือนกันค่ะ TT
กลับโรงแรม เช็กเอ้าท์เรียบร้อย กว่ารถจะมารับเราก็เกือบบ่ายโมง แล้วก็ไปรอผู้โดยสารอีก กว่าจะได้ออกจากฮาลองเกือบบ่ายสอง (อันนี้ล่ะค่ะ ที่น่ารำคาญมาก) ใหม่ก็หงุดหงิดอีกละ คือแบบว่า ไม่ตรงเวลาเลย คราวนี้ เราไม่ได้นั่งรถบัสธรรมดาแล้ว เรานั่ง tourist bus จ่ายแพงกว่าก็แอบคาดหวังนิดนึง แต่ก็ไม่ได้ดีกว่ากันเท่าไหร่
ขากลับจากฮาลอง ระหว่างทางเจอรถบัสเสีย 5 คัน และอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์อีก 3 ครั้ง คนขับก็ยังคงบีบแตรจนใหม่ปวดหัวเช่นเคย แต่คราวนี้ดีหน่อย เพราะว่าแค่สามชั่วโมงเท่านั้น
กลับมาถึงฮานอย เราก็เดินหาโรงแรมกัน ได้ที่ๆ ถูกใจแล้ว ก็ออกไปกินข้าวกัน คราวนี้ ใหม่รีเควส อยากกิน hot pot อีกที วันแรกที่มา เราก็ไปกินมารอบนึง ร้านเดิม คราวนี้ สั่งเหมือนเดิม แต่พอคิดตังค์ แพงขึ้นสองเท่า จาก 170,000 ดอง (ประมาณ 10$) เป็น สองแสนหกพันดอง (18$) ใหม่ก็งง เอ เราสั่งเหมือนเดิม เลยเรียกเค้ามาถามว่านี่ค่าอะไร แม่ค้าก็บอกว่า ค่าอันนี้ อันโน้น ซึ่งคราวที่แล้วที่เรามาทานกันนั้น ของทุกอย่างที่ว่ามา มันรวมอยู่ในชุดที่เราสั่งไปทั้งหมด
เจอแบบนี้เข้า เล่นเอาใหม่หัวเสียเลย ที่จริง เราจะไม่จ่ายก็ได้ แต่ใหม่ถามเค้าแล้ว เค้าก็ยังยืนยัน เป็นการโกงกันแบบซึ่งๆ หน้า ถงึวนนี้ ใหม่เริ่มเข้าใจแล้วว่า คนเวียดนาม โกงกันเป็นสันดานจริงๆ (ขออภัยที่หยาบคายค่ะ) อันนี้ เป็นความเห็นส่วนตัวนะคะ ใหม่ไม่รู้ว่าคนอื่นไปเที่ยวแล้วเป็นยังไงบ้าง ใหม่รู้แต่ว่า ใหม่ไปเที่ยวแล้วใหม่เจอแบบนี้ล่ะ จริงๆ มันก็โอเคนะคะ เค้าได้ตังค์ จบ แต่มันคงจะส่งผลระยะยาว มีอีกหลายๆ คน ที่คิดเหมือนใหม่ พอกันที เวียดนาม ขอครั้งนี้ ครั้งเดียวก็พอ
ตั้งใจจะรวบยอด เขียนทุกอย่างในวันเดียว แต่คงไม่ไหวแล้ว เหลือรูปอีกกว่า 50 รูป ขอมาต่อคราวหน้าก็แล้วกันนะคะ ซึ่งก็ยังไม่รู้อีกนั่นแหละ ว่าจะเป็นเมื่อไหร่ ><"
สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ
Lucky by Lucky Twice
เพลงนี้ดังมาที่เวียดนาม
เทรุกับใหม่ ได้ยินเพลงนี้เกือบทุกวัน วันละหลายๆ ครั้ง
ได้ยินครั้งแรกบนรถตู้วันที่มาถึง
This song is our (good) Hanoi memories ^^